หมวดหมู่

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ประเดิมร้านทำผมสไตล์ญี่ปุ่นย่านทองหล่อ Spa & Hair Lilac by 106 Hair

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน วันนี้ Review ของเราจะมาแนวคิระ คิระ สว่างไสว วิ้งวั๊บกันนิดหนึ่ง ✨ แต่ไม่รู้ว่าจะสื่อถึงความรู้สึกที่เปล่งประกายได้มากน้อยแค่ไหนนะคะ นานๆจะลองเขียนอะไรแนวนี้ แต่ที่อยากนำเสนอถึงความสดใสเป็นเพราะบรรยากาศโดยรวมของร้าน Spa & Hair Lilac by 106 Hair ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นค่ะ

เพจของทางร้านคือ https://www.facebook.com/LilacHokkaido.by106/

เรื่องก็คือเมื่อช่วงกลางเดือนเราเห็นโฆษณาของร้านทาง Facebook กับราคา Promotion ของการดัด และทำสี ที่เริ่มต้นในหลักพันกลางๆ ในขณะที่ร้าน Salon แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ทองหล่อซอย 5 เรารู้สึกว่า เฮ้ย ไม่แพงเลย เอ๊ะ! หรือว่าร้านทำผมของญี่ปุ่นนี่เรทราคาเขาก็ประมาณนี้อยู่แล้วกันนะ ?

แต่เหนื่อสิ่งอื่นใด สิ่งที่ดึงดูดความสนใจเรามากที่สุดก็คือการแต่งร้านที่ใช้โทนสีเขียวเป็นหลัก เราว่าคนที่ชอบสีเขียว หรือชอบอะไรแนวธรรมชาติๆ(น่าจะ)เป็นเหมือนกัน เช่นเวลาเห็นอะไรที่เป็นสีเขียวแล้วมักจะหยุดมอง ถ้าเป็นเสื้อผ้าก็จะเดินไปลูบๆคลำๆเนื้อผ้า เอามาทาบกับตัวเองแล้วดูกระจก หนักหน่อยก็ซื้อเลย ที่บ้านก็จะมีพวกของใช้ที่เป็นสีเขียวซะเป็นส่วนมาก 555 😂

ครั้งนี้ก็เช่นกัน มารู้ตัวอีกทีก็โทรไปจองคิวเรียบร้อยแล้ว

เพื่อนๆคนไหนที่ไม่เคยมีปรสบการณ์กับร้านทำผมสไตล์ญี่ปุ่นมาก่อนเหมือนกัน มาบุกเบิกไปพร้อมๆกันกับเราในครั้งนี้ค่ะ

เมื่อถึงวันนัดหมาย ทันทีที่เข้าไปที่ร้านก็จะมี Staff คนไทยเข้ามาเสิร์ฟ Welcome Drink พร้อมรอยยิ้ม ซึ่งในถาดก็จะมีชาเขียวเย็น รสชาตไม่หวาน ฝาดนิดหน่อยกำลังดี พร้อมลูกอมผลไม้จากญี่ปุ่นที่ดูน่าอร่อยแต่เราไม่ได้ชิมเพราะส่วนตัวไม่ทานจุบจิบ แต่ทานมือหลักเยอะมากค่ะ 555 


จากนั้นก็จะมีการทำประวัติลูกค้าที่มาครั้งแรก เราก็กรอกข้อมูลส่วนตัวกันนิดหนึ่ง ส่วนในตารางสี่เหลี่ยมก็จะเป็นส่วนของช่างที่จะทำการบันทึกว่าในแต่ล่ะครั้งเรามาใช้บริการอะไรบ้างค่ะ 

จากนั้นช่างทำผมก็จะเข้ามาพูดคุยกับเราค่ะ ว่าวันนี้ต้องการทำอะไรบ้างพร้อมกับเช็คสภาพเส้นผมว่าสามารถทำได้ไหม "พี่หลิน" คือช่างชาวไทยที่เราได้จองคิวไว้ เพราะดูผลงานการ Digital ของพี่หลินผ่านทางเพจแล้วค่อนข้างถูกจริต (ถ้าใครเคยเห็นบทความ Review เก่าๆของเราผ่านตามาบ้างก็จะเห็นว่าเราชอบดัด Digital สไตล์เกาหลีมาก แม้ร้านนี้จะเป็นร้านของคนญี่ปุ่น แต่ผลงานของพี่หลินเท่าที่ดูมาจะมีกลิ่นอายเกาหลีอยู่นิดๆจึงคิดว่าตอบโจทย์ค่ะ) 

เห็นว่าตอนนี้ที่ร้านมีช่างชาวไทยอยู่ 2 คนด้วยกันคือพี่หลิน และอีกคนคือ "พี่ก้อย" (เราสังเกตว่าลูกค้าที่มาดัดกับพี่ก้อย ลอนก็ออกมาดูสวยอยู่ค่ะ)

สรุปว่าเราเลือกดัด และทำสี สีที่ทำเป็นพี่หลินเรียกว่าสีน้ำตาแอช คือจะออกน้ำตาลเข้ม ไม่อมส้มเนื่องจากครั้งนี้เราไม่อยากให้ผมดูสว่างค่ะ



และนี้คือภาพ Before นะคะสาวๆ สภาพเส้นผมโดยรวมถือว่าแข็งแรงอยู่เพราะไม่ได้ทำสีมาจะ 4 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 4 เดือนที่แล้ว ผมเราผ่านการยืดโคนดัดปลายมา แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้ตัดปลายออก ส่วนโคนก็สมควรแก่เวลาที่ต้องยืดใหม่เพราะว่าค่อนข้างฟูแล้ว 




ระหว่างรอคิวเราก็เก็บภาพบรรยากาศภายในร้านมาให้ชมกันนะคะ (ต้องขออภัยที่ไม่ได้ถ่ายมาทุกมุมเพราะเราแอบเกรงใจลูกค้าท่านอื่นๆด้วยค่ะ)

ถ้าได้เข้ามา ด้วยความที่ทั้ง 2 ด้านของร้านเป็นกระจกใส และมีต้นไม้ที่มีร่มไม้ปกคลุมอยู่บ้างจึงทำให้บรรยากาศในร้านดูปลอดโปร่ง และเจิดจ้า 555 (แม่แต่กระจกบนโต๊ะทำผมก็ดูใสวิ้ง และสะอาดมากค่ะ) 

ส่วนด้านในของร้านก็จะมีเตียงสระที่ค่อนข้างกว้าง นอนลงไปแล้วมีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางแขนได้ตามใจชอบเลย 😉


ไม่นานนักเตียงสระก็ว่างค่ะ ถึงคราได้ไปสระผม และ Hightlight ที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟังมันอยู่ตรงนี้ คือที่นี่เขามีบริการสระผมที่เรียกว่า  "สระโซดา" ซึ่งน้อง Staff ได้เล่าให้ฟังว่าเป็นการสระผมยอดนิยมที่มีอยู่ใน Salon ญี่ปุ่นแท้ๆเลย 

วิธีการก็คือเมื่อล้างแชมพู แล้วก็จะมีการเปิดน้ำโซดาเพื่อล้างผมโดยไม่ได้ลงครีมนวดค่ะ ระหว่างนี้ก็จะรู้สึกอุ่นๆที่หนังศรีษะ ไม่นานนักก็เสร็จค่ะ และจุดที่ให้ความรู้สึกอึ้งไปเลยก็คือ น้อง Staff ทักว่าคุณลูกค้าเคยสระโซดามาก่อนหรือเปล่าคะ? ถ้าไม่เคยลองดูกระจกได้ค่ะ(พร้อมหยิบกระจกมาให้ดู) 

เมื่อดูผ่านกระจกก็จะเห็นว่าเส้นผมของเราลอยอยู่ในน้ำโซดา และมีคราบใสๆกระจายอยู่รอบๆด้วย(เราวงไว้ในรูปแล้ว อาจจะเห็นไม่ค่อยออก แต่เห็นได้ชัดเมื่อเห็นผ่านกระจกค่ะ ) ซึ่งทางร้านอธิบายว่ามันคือ  Silicone ที่ตกค้างบนหนังศรีษะอันเกิดมาจากการใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของ Silicone รวมไปถึงคราบไขมันที่เกาะอยู่ตามบริเวณโคนผม 😱

และนอกจากเรื่องของความสะอาดหมดจดแล้ว การสระโซดาก็จะช่วยเตรียมเส้นผม ให้น้ำยาทำเคมีได้ทำปฎิกิริยากับเส้นผมได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ 


หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการการดัด และทำสีนะคะ ทั้งหมดใช่เวลาประมาณ 4 ชม. ครึ่งด้วยกันค่ะ พี่หลินขอซอยผมเราออกไปนิดหน่อยด้วย เพราะว่ามันหนาไป 😅

ระหว่างนี้ทุกคนยังจำ Welcome Drink กันได้นะคะ ระหว่างที่ทำผมอยู่นี้ทาง Staff เขาก็ช่างสังเกตค่ะ พอเห็นชาเขียวเริ่มหมดก็จะนำแก้วไปเติมให้ใหม่ ซึ่งเรารู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าประทับใจอยู่นะ เพราะเขาดูใส่ใจคอยลูกค้าตลอดเวลา อีกตัวอย่างหนึ่งคือมีอยู่ช่วงหนึ่งเราเติมลิปแล้วใช้นิ้วปาดริมฝีปาก Staff  อีกคนหนึ่งเขาก็ไปช่วยนำกระดาษทิชชู่มาให้ค่ะ เราก็บอกตัวเองว่านี่คือมาตราฐานการบริการของร้านทำผมญี่ปุ่นสินะ 👍

แต่ว่าเอาจริงๆก็มีบางสิ่งที่ขัดใจเราอยู่หน่อย นั่นก็คือการเปิดเพลงของทางร้าน ช่วงแรกที่เราเข้าไปในร้าน เราได้ยินทางร้านเปิดเพลงญี่ปุ่นค่ะ สำหรับเรามันก่อให้เกิดความรู้สึก Premium อยู่พอสมควรเลย อารมณ์ประมาณว่ามาเข้ารับบริการร้านค้าของคนญี่ปุ่นนี่นะ มันก็ต้องฟีลนี้แหละ! แต่ไปๆมาก็เริ่มได้ยินเพลงสากลบ้าง แล้วก็ตามมาด้วยเพลงไทย ความรู้สึกตราตรึงครั้งแรกมันก็ลดลงหน่อยๆนะ 

เราคิดว่าในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆลักษณะนี้นี้ลูกค้าบางคนก็อ่อนไหวนะ เช่นเราเป็นต้นที่เป็นลูกค้าประเภทมีความคาดหวังอยู่บ้าง แต่บางคนก็ไม่ติดเลยในเรื่องทำนองนี้ เน้นผลงานออกมาดีเป็นพอ จุดนี้ก็หยิบยกมาเล่าสู่กันฟังค่ะ   


และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุดลง ผลลัพธ์หลังเซ็ทผมด้วยไดร์ก็ออกมาดั่งเช่นในรูปนะคะ ผมดูมีวอลลุ่ม มีความพองพองาม ลอนช่วงปลายเด้งถูกใจกำลังดีเลย ส่วนสีเราคิดว่าหลังทำยังเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ ซึ่งพี่หลินบอกว่าพอเราสระไปสีก็มีการเฟดออกนิดหน่อย จะเห็นได้ชัดขึ้นช่วงนั้น 

  

แบ่งปันกันมาซักพักแล้ว เราก็ขออนุญาติสิ้นสุดการ Review การทำผมครั้งนี้เพียงเท่านี้ โดยรวมแล้วถือว่าเราชอบมากในแง่ของบรรยากาศอันร้าน การบริการ และผลลัพธ์ที่ออกมา ถือเป็นอีก 1 ร้านค้าและบริการที่อยากแนะนำบอกต่อให้ได้รู้จักและหากอ่านแล้วรู้สึกว่าชอบอะไรแนวนี้เหมือนๆกันก็ลองเปิดใจไปใช้บริการกันดูนะคะ 💗


แถมท้ายอันนี้เราเอามาจากเพจของทางร้าน เป็น Promotion โฆษณาที่เราเห็นค่ะ หากเพื่อนๆสนใจ เราแนะนำให้โทรไปจองคิวจะดีกว่า Walk in เข้าไปนะคะ จะได้ไม่ต้องคอยนานค่ะ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น