หมวดหมู่

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Review แชมพู ครีมนวด ทรีตเม้นท์ ที่ใช้มาตลอด 1 ปีในครอบครอง


Hello วันหยุด วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดี ที่จะเคลียพื้นที่ชั้นวางแชมพู ครีมนวดทั้งหลายที่ใช้หมดบ้าง ยังเหลืองอยู่บ้างในห้องน้ำ เพราะมันเบียดเสียดกันจนแทบจะวางไม่ไหวแทบ (ใครเป็นอย่างเราบ้าง 55)
ไหนๆก็ได้มีโอกาสหยิบจับแล้ว เอามาจัดฉากรีวิวให้ชมกันกันเล็กๆดูดีกว่า เผื่อใครเคยเห็นตัวไหนและแอบเล็งอยู่ก็จะได้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของสาวๆ เอาล่ะไม่เกริ่นนานมาดูกันเลย


 Healthy Sexy Hair Color Safe Soy Moisturizing ขนาด 1,000 ML. 

ความเป็นมา: เราเลือกใช้แชมพูขวดนี้ในขณะที่ตอนนั้นกำลังทำเคมีอยู่ คือดัดและทำสี จุดที่ชอบคือมันเป็นแชมพูในไลน์ของ Healthy ที่เน้นปกป้อง ฟื้นฟูให้ผมแข็งแรง และยังชอบส่วนผสมในแชมพูที่มีสารสกัดจากถั่วเหลือง (เราเป็นคนบ้าบริโภคอะไรที่มาจากถั่วเหลืองมาก อะไรที่มีถั่วเหลืองผสมอยู่เลยชอบเป็นพิเศษ) โกโก้ และอาร์แกนออย (ตอนนี้อะไรๆก็อาร์แกนออยนะ แต่ช่วงที่เราใช้กระแสยังไม่ค่อยดังแบบนี้เลย 55)  

ใช้แล้วเป็นยังไง: ถามว่าสีผมหลุดช้าลงไหม เนื่องจากตอนนั้นเป็นช่วงที่สีหลุดมาได้ซักระยะก่อนจะมาใช้ตัวนี้แล้ว เลยตอบตรงนี้ไม่ได้ โดยรวมเป็นแชมพูที่ดีนะ แต่ต้องสระ 2 ครั้งจึงจะรู้สึกว่ามันสะอาด (งงไหม > <) คือมันไม่ค่อยมีฟองเท่าไหร่ เพราะว่าไม่ได้ผสมสาร Surfate ดังนั้นถ้าการสระในรอบที่ 1 ถ้าบีบแชมพูออกมาปริมาณเท่าเหรียญ 10 แล้วสระดูจะพบว่ามีฟองน้อยมากๆ เลยทำให้ต้องเพิ่มปริมาณในการใช้ต่อครั้ง แต่ตามหลักการแล้วการที่ไม่มีฟอง ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาด แต่เราเป็นคนที่ผมหนามากๆ เลยรู้สึกว่าควรต้องสระอย่างน้อย 2 รอบน่าจะดีกว่า 

หาซื้อได้ที่ไหน: ตามร้านทำผม หรือตามเว็บไซด์ที่มีจัดจำหน่าย แต่ปกติเขาจะไม่ค่อยมีขวดใหญ่เวอร์แบบนี้วางขายกัน ถ้าอยากได้ต้องถามแต่ล่ะร้านเป็นการส่วนตัวว่ามีไหม   


เพื่อนรักธรรมชาติ แชมพูผสมสมุนไพร Herbal Shampoo 4 in 1 
มะกรูด, ว่านหางจระเข้, น้ำมันงา, มะกอก 266 ML.

ความเป็นมา: ไปที่บ้านแฟน เจอแม่เขา คุยกันเรื่องผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติกับแม่เขาซักพัก และแม่เขาก็หยิบมาให้ลอง สภาพผมตอนนั้นก็ผมยาวขึ้นจากการทำเคมีครั้งเดิม ไม่ได้ทำเคมีใหม่ 1 ส่วน 3 ของผมเป็นผมที่ขึ้นมาใหม่

ใช้แล้วเป็นยังไง: เชื่อว่าส่วนผสมมาจากธรรมชาติจริงๆ เพราะสระแล้วมันก็ไม่ค่อยมีฟองอีกแล้ว 555 กลิ่นหอมใช้ได้ เวลาล้างออกแล้วก็รู้สึกสดชื่นดี เนื้อแชมพูของตัวนี้จะเป็นเจลใสๆสีเหลือง ส่วนตัวเราว่ามันดูเข้มข้นน้อยกว่าแชมพูที่เป็นเนื้อครีม เวลาใช้ก็จะบีบเยอะอยู่เหมือนกัน

หาซื้อได้ที่ไหน: ตามร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ออแกร์นิคน่าจะมี หรือตามเทศกาลงานแสดงสินค้าที่มาจากธรรมชาติที่เขามาออกร้านกัน ถ้าเราจำไม่ผิดขวดนี้แม่แฟนบอกว่าซื้อจากงานแสดงสินค้าที่เมืองทอง 


Clear Anti-Dandruff Nourishing Shampoo 340 ML.

ความเป็นมา: หนูเป็นรังแคค่ะ 555 เห็นว่าสนิทกัน (ติ๊ต่างเอา) จะบอกให้นะว่าเราเป็นคนที่เป็นรังแคบ่อยมาก เป็นอย่างสม่ำเสมอ สาเหตุน่าจะมาจากเป็นคนที่ชอบรอให้ผมแห้งเอง และบ่อยครั้งที่เข้านอนระหว่างที่ผมเปียกอยู่ ประกอบกับแชมพูขจัดรังแคในท้องตลาดก็ไม่ให้เลือกไม่มากนะ ก็วนๆกันใช้ อย่าง Clear นี้ก็เคยใช้สูตรอื่นๆมาแล้วก่อนที่จะมาใช้สูตรนี้เช่นกัน

ใช้แล้วเป็นยังไง: ชอบกลิ่นที่หอมแบบผู้หญิ้ง ผู้หญิง ไม่ใช่แนวแชมพูยาขจัดรังแคคร่ำครึ่ โอเคขวดนี้ฟองมี 55 ใช้ได้นานเลยแหละ แต่รู้สึกว่าเนื้อแชมพูเหลวไปนิด เวลาใช้ชอบแอบคิดว่ามีใครแอบเอาน้ำมาผสมไหม ซึ่งไม่มี้ > < อาการคันศีรษะลดน้อยลง แต่รังแค เราใช้แล้วไม่หาย ใช้อย่างต่อเนื่องเลยนะ คือทั้งเดือนใช้ขวดนี้ขวดเดียว แต่ไม่อยากโทษแชมพูเพียงอย่างเดียว มันอาจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมเราก็ได้ไม่ชอบเป่าผม และนิยมปล่อยให้ผมแห้งเอง -_-  

หาซื้อได้ที่ไหน: Top Supermarket, 7-11, Booth, Watson น่าจะมีกันหมดเนอะ


Beaver Professional Scalp Balancing Shampoo 258 ML.

ความเป็นมา: เมื่อต้นเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา พอดีเป็นจังหวะที่ Lifestyle เราเปลี่ยน ( เขียนเองแล้วแอบดูกระแดะจัง 55) มีการต้องออกไปคุยงานนอกมากขึ้น ช่วงนั้นก็จะมีการใช้ผลิตภัณฑ์เช่นสเปรย์ในการเซ็ทผมเพิ่มมาด้วย อยากจะบอกว่าบางทีแค่เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าก็เหงื่อท่วมตัวล่ะ สภาพตอนกลับมาเหรอนี่หวังว่าหนังศีรษะจะไม่ซกมก และช่วงนั้นค่อนข้างกัลวลเรื่องผมร่วง อาจจะเพราะหนังศีรษะอุดตันด้วยสภาพอากาศและสิ่งที่ประโคมเข้าไป เวลาเอามือเสยผมทีไร ก็จะมีผลหลุดติดมาทุกที เลย Request กับพี่ชายคนสนิทอยู่ในแวดวงเส้นผมว่าอยากได้แชมพูแนว Deep Clean ปรับสภาพหนังศีรษะอะไรอย่างนี้มีพอมีแนะนำไหม จึงเป็นที่มาของขวดนี้ ซึ่งจริงๆมันมีหลายสูตร แต่เราชอบสีเขียวเลยบอก เอาขวดที่ตัวหนังเขียวๆมาลองก่อน ติทส์ไหม 55

ใช้แล้วเป็นยังไง: กลิ่นแชมพูเป็นอะไรที่ไม่เหม็นแต่ค่อนไปทางยามากถึงมากที่สุด คือมันหอมนะ แต่ไม่ใช่หอบแบบสดชื่นหยดน้ำเกาะอะไรอย่างนั้น พอเข้าใจเนอะ กลิ่นมันค่อนข้างจะ Represent ว่าเป็นนี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่จริงจังกับการทำความสะอาดและดูแลหนังศีรษะของคุณ อารมณ์แบบผลิตภัณฑ์ที่ขายตามรพ. ชั้นนำ > < ซึ่งเมื่อลองใช้ดูแล้ว โอเคเนื้อแชมพูกำลังดี มีฟองปานกลาง สามารถใช้สระครั้งเดียวได้หากวันนั้นไม่ได้ฉีดสเปรย์ สระแล้วให้ความรู้สึกสะอาด ถึงกลิ่นจะไม่โดนใจ แต่ใช้แล้วยอมรับว่าน้ำมันบนหนังศีษระลดลง ผมมันช้าขึ้น เรื่องผมร่วงใช้เวลาซักพักใหญ่ๆจึงจะดีขึ้น สรุปคือมันดี แต่กลิ่นไม่ควรเป็นแบบนี้!

หาซื้อได้ที่ไหน:  ตัวนี้เหมือน Sexy Hair คือตามร้านทำผม หรือเว็บไซด์ที่มีจัดจำหน่าย


TRESemme Keratin Smooth Shampoo & Conditioner 170 ML.

ความเป็นมา: คู่นี้เราของเรียกว่าคู่รักคู่เลิฟ ได้มีโอกาสใช้เพราะเป็นทาสการตลาดล้วนๆ คือที่ Top Supermarket แถวบ้านเราจัดโปรโมชั่นขายขวดล่ะ 35.- และเวลาไปที่ท๊อปก็จะเห็นมันหมดเอาๆ เลยทนไม่ได้ ขอหยิบมาลองด้วยซัก 2 ขวด

ใช้แล้วเป็นยังไง: จากชื่อที่บอกว่าคู่รักคู่เลิฟ คือเป็นแชมพูและครีมนวดที่ใช้แล้วเราประทับใจในทุกอย่างมาก ทั้งกลิ่น เนื้อแชมพู และสภาพผมหลังการใช้ เราคิดว่ามันตอบโจทย์สภาพเส้นผมเราตอนนี้คือผมธรรมชาติ ไม่ได้ทำเคมีใดใด มีแห้งตรงปลายนิดหน่อยเป็นร่องรอยการทำเคมีเดิม หรือจากการใช้ที่ม้วนผมเป็นบางครั้ง สำหรับขวดสีแดงที่เป็นแชมพู เขียนไว้ว่า Lower-Surfate แต่ใช้แล้วเราว่าฟองก็ยังถือว่าเยอะอยู่ดี ตรงนี้ถ้าใครไม่ซีเรียสคงปล่อยผ่าน ส่วนขวดสีขาวที่เป็นครีมนวดก็ล้างออกง่ายดี ใช้คู่กันแล้วหวีผมง่ายขึ้น ผมไม่พันกัน 

หาซื้อได้ที่ไหน: ราคาโปรโมชั่นขวดล่ะ 35.- เราเห็นแค่จากที่ Top Supermarket แถวบ้านอย่างเดียว แต่ถ้าราคาปกติ Booth, Watson ก็น่าจะมีขาย


LOREAL Paris Keratin Smooth 72h Perfecting Conditioner 330 ML.

ความเป็นมา: เห็นลดราคาใน Top Supermarket สำหรับผู้ใช้ The One Card ลองดมกลิ่น กลิ่นก็หอมใช้ได้เลยลองสอยแบบไม่ต้องคิด และบอกตามตรงว่าตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรมาก

ใช้แล้วเป็นยังไง: คือดี 555 อันดับแรกคือกลิ่นหอมตรงจริต และที่ข้างขวดเขียนว่าสำหรับผมชี้ฟู จัดทรงยาก ผมไม่ชี้ฟูยาวนานถึง 3 วัน สำหรับผมธรรมชาติที่หยักโศกและแห้งเล็กน้อยอย่างเรา เราว่าครีมนวดขวดนี้ทำได้อย่างที่เคลม ใช้แล้วรู้สึกเลยว่าผมมีน้ำหนักขึ้น นิ่มขึ้นระดับหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจว่าสำหรับคนที่ผมทำเคมีและแห้งเสียอย่างหนักจะเอาอยู่ไหม เทียบกับ TRESemme คูรักคู่เลิฟแล้ว ตัดเรื่องราคาออกไปเราว่าสูสี ดูท่าผมเราน่าจะถูกกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราติน

หาซื้อได้ที่ไหน:  Top Supermarket, Booth, Watson


Beauty's Secret Hair Silk Moistpack Natural Extract 400 G. 

ความเป็นมา: วันหนึ่งมีโอกาสได้เจอกับผู้หญิงที่สวยและน่ารักมากๆคนหนึ่งในงานสัมมนา พอพูดคุยกันเลยรู้ว่าเธอจะเป็นนักร้องแล้ว และมีอีกธุรกิจหนึ่งที่ทำอยู่ก็การเป็นคือเจ้าของทรีตเม้นต์ตัวนี้ เธอเล่าให้ฟังว่างานในวงการทำให้เธอต้องทำผมตลอดเวลา ผมเลยเสียเป็นประจำ อะไรก็เอาไม่อยู่ จึงผลิตทรีตเม้นท์ที่แก้ไขปัญหาผมเสียของตัวเองขึ้นมาซะเลย ซึ่งมีความพิเศษอยู่ตรงที่เป็นทรีตเม้นท์ใช้ใช้หมักระหว่างผมแห้ง เราจึงได้โอกาสลองอุดหนุนดู ^^  

ใช้แล้วเป็นยังไง: เราไม่มีโอกาสเปิดดมทรีตเม้นต์ตัวนี้มาก่อนได้ลองตัดสินใจซื้อเพราะตอนนี้เห็นว่าเขายังขายเฉพาะช่องทางออนไลน์ แต่เจ้าของแบรนด์เขาบอกว่ามันหอมมาก พอของมาถึงปุ๊บก็ลุ้นระหว่างแกะซีลว่ากลินจะถูกใจไหม แกะได้ปุ๊ปก็ลองเปิดฝาดมดู โอเคกลิ่นหอมจริง อะไรจริง พอลองใช้ดูเราคิดว่าทรีตเม่นท์ตัวนี้จะบำรุงได้ประสิทธิภาพดีที่สุดคือระหว่างที่ผมแห้ง (หมักทิ้งไว้ติดต่อกัน 30  นาทีขึ้นไปตอนผมแห้งแล้วล้างออก) เมื่อเทียบกับการที่เราลองหมักแบบเปียกดูแล้ว (ในใบปลิวที่เขาแนบมากับสินค้าบอกว่าหมักได้ทั้ง 2 แบบ) จับผมก็พบว่าผมลื่นและนิ่มดี กลิ่นก็ติดนานมากก และน่าจะใช้ได้ดีหากมีการอบไอน้ำระหว่างหมักด้วย (แต่เรายังไม่ได้ลอง > <)

หาซื้อได้ที่: ตามร้านค้าออนไลน์ของแบรนด์ และร้านค้าที่เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย 


LOREAL Paris Fibercerutic Intra-CylaneTM 500 ML.

ความเป็นมา: ช่างทำผมร้านประจำให้มาค่ะ ใจดีมาก เนื่องจากเรามักจะไปตัด เซ็ท ดัด ทำสี และทำทรีตเม้นต์ผมกับเขาติดต่อกันมา 4 ปี ล้าววว 

ใช้แล้วเป็นยังไง: สำหรับตัวนี้เมื่อทำที่ร้าน ทางร้านเขาจะแบ่งเส้นผมออกเป็นช่อเล็กๆ และทาทรีตเม้นต์ได้อย่างทั่วถึง ทิ้งไว้แค่ 15 นาทีโดยไม่จำเป็นต้องเข้าเครื่อง ถ้าหากเข้าเครื่องก็จะใช้เวลาน้อยลงประมาณ 5 นาที เมื่อล้างออกผมก็จะนุ่นลื่นติดต่อกัน 1-2 สัปดาห์ได้ (ต้องอย่าสระผมบ่อย 55) ซึ่งให้ผลแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเวลานำกลับมาทำเองที่บ้าน เพราะเราไม่ถนัดแบ่งเส้นผมเป็นช่อๆด้วยตัวเองได้เท่าที่ร้าน และที่ร้านเขาก็จะมีขั้นตอนการนวดเส้นผมด้วย เลยคิดว่าหมักเองไปก็เสียดายของ เก็บเอาไว้ไปทำที่ร้านน่าจะคุ้มกว่า

หาซื้อได้ที่: ตามร้านทำผมทั่วไป 


สภาพผม 1 ปีพอดี เริ่มจากดัด ทำสี จนมาถึงปล่อยให้ยาวตามธรรมชาติ 
และคอยตัดปลายออก ในระหว่างที่ใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้

ท้ายที่สุดนี้ เราคิดว่าการเห็นผลของผลิตภัณฑ์ต่างๆขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผม ความถี่ในการทำเคมี และการใช้ผลิตภัณฑ์ในการจัดแต่งทรงผม การทำความสะอาด การบำรุง ของแต่ล่ะคน เราเองก็ต้องพิถีพิถันในการเลือกให้เหมาะกับสภาพเส้นผมตามช่วงเวลานั้นๆ ไม่ต่างจากการเลือกใช้ Skincare  

ขอจบการรีวิวในวันหยุดแต่เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่เมื่อความขี้เกียจจางหายค่ะ :)  






1 ความคิดเห็น: