หมวดหมู่

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

พาเด็กไปเสริมหล่อที่ Blue Harbour ร้านตัดผมชาย สไตล์ Men's Grooming แบบครบวงจร

หลายคนคงรู้จักร้าน Barber ที่ชื่อว่า Blue Harbour ที่ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของ Kivillage กันเป็นอย่างดี บาร์เบอร์แห่งนี้เปิดมาหลายปีแล้ว และยังเคยลง Magazine ต่างๆเนื่องจากการแต่งร้านที่ดูสวยคลาสสิก เฟอร์นิเจอร์แต่ล่ะชิ้นในร้านดูมีเรื่องราว และความโอ่อ่าที่ไม่แพ้กัน ก่อนที่เราจะลองมาใช้บริการ ก็เคยเห็นอยู่ 2 - 3 ครั้งยามแวะมาที่นี่

ถึงกระนั้น วันนี้เราจะไม่ได้มานำเสนอถึงสิ่งที่สื่อต่างๆเคยเขียนถึงสถานที่แห่งนี้ แต่มีความตั้งใจอยากนำเสนอว่าร้านตัดผมชายในตำนานแห่งนี้ บริการทำ Treatment ผิวหน้า และนวดตัวอีกด้วย ซึ่งเราแทบจะไม่มีทางได้รู้เลยว่าที่นี่มีบริการอื่นๆแบบนี้ หากไม่ได้เดินไปอ่านป้ายที่หน้าร้านอย่างระยะประชิด


เราสนใจลองนวดตัวบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลังจากที่ดูราคาแล้วรู้สึกไม่แรงเลย ด้วยบรรยากาศของร้านที่ดูแพงมาก ยิ่งยั่วยวนอยากเอาตัวเองไปนั่งแช่ที่โซฟา แล้วสัมผัสบริการดูซักครั้ง 555




นวดที่โซฟาตัวนี้แหละ สบายมาก > <

ในขณะที่นวดนั้น ไม่มีใครอยู่ด้วยเลยไม่ได้เก็บภาพมาฝากเพื่อนๆต้องขออภัย ขอเล่าให้ฟังแทนล่ะกัน แฮ่! 

ขั้นตอนการนวดก็จะเริ่มที่คอไล่ไปที่ไหล่ เป็นการนวดช้าๆไปตามสรีระของร่างกาย มีกดจุดบ้างบางตำแหน่ง ระหว่างนี้ช่างเขาก็จะใส่ใจถามค่ะ ว่าเจ็บหรือเปล่าคะ ถ้าเจ็บเกินไปก็บอกได้ 

จากไหล่ก็ใล่ลงไปที่หลัง แล้วค่อยขยับขึ้นมานวดศรีษะ ซึ่งเราชอบเวลานวดที่ตำแหน่งนี้ที่สุด รู้สึกสบายมากก เคลิ้มสุดๆ นอกจากนี้ยังมีบริการนวดแขนเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อย พอใกล้จะนวดเสร็จ เขาก็จะเชิญเราลงมานั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวเล็กๆข้างๆ และใช้มือสับไปที่หัวไหล่กับแผ่นหลังก็เป็นอันเสร็จสิ้นค่ะ  

สำหรับจุดพีคที่เป็นที่มาของกระทู้นี้ก็คือ เมื่อนวดเสร็จแล้วเราเห็นลูกค้าผู้ชายเดินออกมาจากโซนทำหน้า แล้วพี่เขาดูหน้าใสมาก ดูมีความผ่องแผ้ว 55 ก็เลยเริ่มมีไอเดียสนุกๆก่อขึ้นในหัวว่า ไว้พาเด็กเรามาโดนบ้างดีกว่า (โดยไม่คิดจะถามความสมัครใจของเจ้าตัวแม้แต่น้อย!) 


และนี่คือภาพในเวลาต่อมา หน้าตาเหยเก บอกบุญไม่รับมาก

เหตุผลที่อยากให้เด็กในความดูแลมาลองทำ Treatment หน้าดู เป็นเพราะว่าเขาไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสกับอะไรอย่างนี้มาก่อนเลย (น่าสงสารมั่กๆ) ในขณะที่เราที่เป็นผู้หญิง ก่อนหน้านี้ก็ผ่านอะไรทำนองนี้มาหลังครั้ง ทั้งทำ Treatment เอย นวดหน้าเอย ทำเลเซอร์เอย สารพัดจะทำ ซึ่งเราว่าช่วงเวลาแบบนี้มันผ่อนคลายมากๆ ประกอบกับช่วงนี้เขาทำงานหนัก เลยอยากให้เขารู้สึกได้รับการดูแลบ้าง :) 

รอบนี้ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีภาพประกอบ เรานี่แหละ ตากล้องส่วนตัวพร้อมถ่ายเขาทุกสีหน้าอิริยาบท 


ทีตอนนี้หลับตาพริ้ม ยิ้มเฉยเลย สงสัยจะเริ่มชอบ

เริ่มจากทำความสะอาดใบหน้า ก็จะมีการลงคลีนซื่ง ตามด้วยโฟม และใช้แปรงล้างหน้าแบบในรูปหมุนวนทำความสะอาดไปทั่วใบหน้า ซึ่งใช้หัวแปรง 3 แบบในการล้างหน้า 


นวดก่อน ต่อมาเป็นขั้นตอนการสครับหน้า เตรียมพร้อมก่อนดูดสิวเสี้ยน ซึ่งระหว่างนี้ก็จะมีการเปิดเครื่องที่มีไออุ่นๆออกมา


พี่แก้ว พนักงานที่ทำ Treatment ในครั้งนี้บอกกับเราว่า ปกติจะทำการสครับบริเวณ T-zone เท่านั้น แต่ครั้งนี้เดี้ยวสครับให้ทั่วทั้งหน้า เราเดาว่าจะคงหยาบกร้านมาก สมควรกระตุ้นการผลัดเซลล์อย่างมาก T-T

ต่อมาพี่แก้วก็เอาอุปกรณ์ลักษณะเป็นหลอดแก้ว ขึ้นมาดูสิวเสี้ยนทั่วใบหน้า ขอบอกว่าสิ้วเสี้ยนออกประมาณ 60-70% ได้ ลองเอานิ้วลูบดูที่จมูกแล้วรู้สึกเนียน ละเอียดขึ้นเยอะมาก

เมื่อดูดสิวเสี้ยนเรียบร้อยก็ยังไม่พ้นกระบวนการเรื่องสิวๆ เพราะยังมีการกดสิวต่อ เรียกว่าเป็นการเก็บรายละเอียดก็ได้ พวกสิวหัวขาว หัวดำที่เหลือจะถูกจัดการก็ในขั้นตอนนี้นี่แหละ ในขั้นตอนนี้พี่พนักงานก็ถามว่าเจ็บไหม ซึ่งเขาก็บอกว่าไม่เจ็บเลย คนที่บ้านกดให้เจ็บกว่า  > <

หลังจากนั้นก็ล้างหน้า และอบหน้าด้วยผ้าร้อน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการมาร์คหน้าค่ะ


ชอบการแสดงสีหน้าของตานี่จริงๆให้ตาย


สำหรับการมาร์คหน้า จะเป็นขั้นตอนที่ดูมีอะไรๆมากที่สุดในสายตาเรา โดยพี่แก้วเริ่มจากแกะอุปกรณ์สำหรับมาร์คหน้าออกมาจากห่อ สิ่งแรกคือบีบเจลใสๆสำหรับบำรุงลงทั่วบริเวณผิวหน้า เสร็จแล้วก็ใช้กระดาษสำหรับมาร์ค เป็นตาข่ายเล็กๆคล้ายผ้าก๊อตบางๆวางทับอีกชั้น จากนั้นก็จะผสมเนื้อมาร์คต่างหากแล้วค่อยๆตักละเลง เอ้ย มาร์คให้ทั่วใบหน้า เนื้อมาร์คดูฟุและหนานุ่มมาก


มองดูมาถึงตอนนี้อยากจะขอเปลี่ยนตัวสลับตัวกับนายแบบมาก เพราะอยากลองมาร์คหน้าแบบจัดเต็มอย่างนี้ดูบ้าง อีกอย่างระหว่างที่นอนมาร์คหน้าอยู่เฉยๆเป็นเวลาประมาณ 15 นาทีนี้ พี่แก้วก็จะบริการบีบนวดตัวไปด้วย ฟินได้อีก



จากนั้นก็ทำการแกะมาร์คหน้า ตามด้วนการลงครีม ปะแป้งฝุ่น สีหน้าเจ้าตัวดูตอนส่องกระจกแล้วดูพึงพอใจมาก สงสัยจะเข้าใจแล้วว่าทำไมสาวๆจึงชอบเข้าสถานบริการความงาม ก็นอกจากเราจะดูดีขึ้น ระหว่างรับบริการมันสบายอย่างนี้นี่เอง 

คิดว่าเสร็จสินทุกขั้นตอนแล้วใช่ไหม กับหน้าน่ะใช่ แต่กับตัวต้องบอกว่ายาง เพราะท้ายที่สุดนี้คือการใช้เครื่องนวด นวดตามบ่าและไหล่ คล้ายๆกับการปลุกให้ตื่นดีหลังจากเคลิ้มกึ่งหลับกึ่งตื่นมานานนั้นเอง ดูจากสีหน้าแล้ว ให้อารมณ์อยากบิดขึ้เกียจตาม


และนี่ก็คิอบริการทั้งหมดที่เรา 2 คนได้สัมผัสมาจากร้าน Blue Harbour ค่ะ จากที่เคยคิดว่าเป็นเพียงร้านตัดผมชายสุดหรูทั่วๆไปก็ต้องเปลี่ยนความคิด เพราะแท้จริงยังมีบริการเสริมความหล่อ และความสวยซ่อนอยู่ เหมาะสำหรับวันพักผ่อนของครอบครัวที่สามีมาตัดผม ส่วนภรรยาก็นวดหน้า หรือนวดตัวไปพร้อมๆกันได้ :)

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณพี่นิธิ และพี่ๆพนักงานที่ร้านทุกคนที่ดูแล้ให้การต้อนรับ และบริการเราเป็นอย่างดีค่ะ


วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Review แชมพู ครีมนวด ทรีตเม้นท์ ที่ใช้มาตลอด 1 ปีในครอบครอง


Hello วันหยุด วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดี ที่จะเคลียพื้นที่ชั้นวางแชมพู ครีมนวดทั้งหลายที่ใช้หมดบ้าง ยังเหลืองอยู่บ้างในห้องน้ำ เพราะมันเบียดเสียดกันจนแทบจะวางไม่ไหวแทบ (ใครเป็นอย่างเราบ้าง 55)
ไหนๆก็ได้มีโอกาสหยิบจับแล้ว เอามาจัดฉากรีวิวให้ชมกันกันเล็กๆดูดีกว่า เผื่อใครเคยเห็นตัวไหนและแอบเล็งอยู่ก็จะได้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของสาวๆ เอาล่ะไม่เกริ่นนานมาดูกันเลย


 Healthy Sexy Hair Color Safe Soy Moisturizing ขนาด 1,000 ML. 

ความเป็นมา: เราเลือกใช้แชมพูขวดนี้ในขณะที่ตอนนั้นกำลังทำเคมีอยู่ คือดัดและทำสี จุดที่ชอบคือมันเป็นแชมพูในไลน์ของ Healthy ที่เน้นปกป้อง ฟื้นฟูให้ผมแข็งแรง และยังชอบส่วนผสมในแชมพูที่มีสารสกัดจากถั่วเหลือง (เราเป็นคนบ้าบริโภคอะไรที่มาจากถั่วเหลืองมาก อะไรที่มีถั่วเหลืองผสมอยู่เลยชอบเป็นพิเศษ) โกโก้ และอาร์แกนออย (ตอนนี้อะไรๆก็อาร์แกนออยนะ แต่ช่วงที่เราใช้กระแสยังไม่ค่อยดังแบบนี้เลย 55)  

ใช้แล้วเป็นยังไง: ถามว่าสีผมหลุดช้าลงไหม เนื่องจากตอนนั้นเป็นช่วงที่สีหลุดมาได้ซักระยะก่อนจะมาใช้ตัวนี้แล้ว เลยตอบตรงนี้ไม่ได้ โดยรวมเป็นแชมพูที่ดีนะ แต่ต้องสระ 2 ครั้งจึงจะรู้สึกว่ามันสะอาด (งงไหม > <) คือมันไม่ค่อยมีฟองเท่าไหร่ เพราะว่าไม่ได้ผสมสาร Surfate ดังนั้นถ้าการสระในรอบที่ 1 ถ้าบีบแชมพูออกมาปริมาณเท่าเหรียญ 10 แล้วสระดูจะพบว่ามีฟองน้อยมากๆ เลยทำให้ต้องเพิ่มปริมาณในการใช้ต่อครั้ง แต่ตามหลักการแล้วการที่ไม่มีฟอง ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาด แต่เราเป็นคนที่ผมหนามากๆ เลยรู้สึกว่าควรต้องสระอย่างน้อย 2 รอบน่าจะดีกว่า 

หาซื้อได้ที่ไหน: ตามร้านทำผม หรือตามเว็บไซด์ที่มีจัดจำหน่าย แต่ปกติเขาจะไม่ค่อยมีขวดใหญ่เวอร์แบบนี้วางขายกัน ถ้าอยากได้ต้องถามแต่ล่ะร้านเป็นการส่วนตัวว่ามีไหม   


เพื่อนรักธรรมชาติ แชมพูผสมสมุนไพร Herbal Shampoo 4 in 1 
มะกรูด, ว่านหางจระเข้, น้ำมันงา, มะกอก 266 ML.

ความเป็นมา: ไปที่บ้านแฟน เจอแม่เขา คุยกันเรื่องผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติกับแม่เขาซักพัก และแม่เขาก็หยิบมาให้ลอง สภาพผมตอนนั้นก็ผมยาวขึ้นจากการทำเคมีครั้งเดิม ไม่ได้ทำเคมีใหม่ 1 ส่วน 3 ของผมเป็นผมที่ขึ้นมาใหม่

ใช้แล้วเป็นยังไง: เชื่อว่าส่วนผสมมาจากธรรมชาติจริงๆ เพราะสระแล้วมันก็ไม่ค่อยมีฟองอีกแล้ว 555 กลิ่นหอมใช้ได้ เวลาล้างออกแล้วก็รู้สึกสดชื่นดี เนื้อแชมพูของตัวนี้จะเป็นเจลใสๆสีเหลือง ส่วนตัวเราว่ามันดูเข้มข้นน้อยกว่าแชมพูที่เป็นเนื้อครีม เวลาใช้ก็จะบีบเยอะอยู่เหมือนกัน

หาซื้อได้ที่ไหน: ตามร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ออแกร์นิคน่าจะมี หรือตามเทศกาลงานแสดงสินค้าที่มาจากธรรมชาติที่เขามาออกร้านกัน ถ้าเราจำไม่ผิดขวดนี้แม่แฟนบอกว่าซื้อจากงานแสดงสินค้าที่เมืองทอง 


Clear Anti-Dandruff Nourishing Shampoo 340 ML.

ความเป็นมา: หนูเป็นรังแคค่ะ 555 เห็นว่าสนิทกัน (ติ๊ต่างเอา) จะบอกให้นะว่าเราเป็นคนที่เป็นรังแคบ่อยมาก เป็นอย่างสม่ำเสมอ สาเหตุน่าจะมาจากเป็นคนที่ชอบรอให้ผมแห้งเอง และบ่อยครั้งที่เข้านอนระหว่างที่ผมเปียกอยู่ ประกอบกับแชมพูขจัดรังแคในท้องตลาดก็ไม่ให้เลือกไม่มากนะ ก็วนๆกันใช้ อย่าง Clear นี้ก็เคยใช้สูตรอื่นๆมาแล้วก่อนที่จะมาใช้สูตรนี้เช่นกัน

ใช้แล้วเป็นยังไง: ชอบกลิ่นที่หอมแบบผู้หญิ้ง ผู้หญิง ไม่ใช่แนวแชมพูยาขจัดรังแคคร่ำครึ่ โอเคขวดนี้ฟองมี 55 ใช้ได้นานเลยแหละ แต่รู้สึกว่าเนื้อแชมพูเหลวไปนิด เวลาใช้ชอบแอบคิดว่ามีใครแอบเอาน้ำมาผสมไหม ซึ่งไม่มี้ > < อาการคันศีรษะลดน้อยลง แต่รังแค เราใช้แล้วไม่หาย ใช้อย่างต่อเนื่องเลยนะ คือทั้งเดือนใช้ขวดนี้ขวดเดียว แต่ไม่อยากโทษแชมพูเพียงอย่างเดียว มันอาจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมเราก็ได้ไม่ชอบเป่าผม และนิยมปล่อยให้ผมแห้งเอง -_-  

หาซื้อได้ที่ไหน: Top Supermarket, 7-11, Booth, Watson น่าจะมีกันหมดเนอะ


Beaver Professional Scalp Balancing Shampoo 258 ML.

ความเป็นมา: เมื่อต้นเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา พอดีเป็นจังหวะที่ Lifestyle เราเปลี่ยน ( เขียนเองแล้วแอบดูกระแดะจัง 55) มีการต้องออกไปคุยงานนอกมากขึ้น ช่วงนั้นก็จะมีการใช้ผลิตภัณฑ์เช่นสเปรย์ในการเซ็ทผมเพิ่มมาด้วย อยากจะบอกว่าบางทีแค่เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าก็เหงื่อท่วมตัวล่ะ สภาพตอนกลับมาเหรอนี่หวังว่าหนังศีรษะจะไม่ซกมก และช่วงนั้นค่อนข้างกัลวลเรื่องผมร่วง อาจจะเพราะหนังศีรษะอุดตันด้วยสภาพอากาศและสิ่งที่ประโคมเข้าไป เวลาเอามือเสยผมทีไร ก็จะมีผลหลุดติดมาทุกที เลย Request กับพี่ชายคนสนิทอยู่ในแวดวงเส้นผมว่าอยากได้แชมพูแนว Deep Clean ปรับสภาพหนังศีรษะอะไรอย่างนี้มีพอมีแนะนำไหม จึงเป็นที่มาของขวดนี้ ซึ่งจริงๆมันมีหลายสูตร แต่เราชอบสีเขียวเลยบอก เอาขวดที่ตัวหนังเขียวๆมาลองก่อน ติทส์ไหม 55

ใช้แล้วเป็นยังไง: กลิ่นแชมพูเป็นอะไรที่ไม่เหม็นแต่ค่อนไปทางยามากถึงมากที่สุด คือมันหอมนะ แต่ไม่ใช่หอบแบบสดชื่นหยดน้ำเกาะอะไรอย่างนั้น พอเข้าใจเนอะ กลิ่นมันค่อนข้างจะ Represent ว่าเป็นนี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่จริงจังกับการทำความสะอาดและดูแลหนังศีรษะของคุณ อารมณ์แบบผลิตภัณฑ์ที่ขายตามรพ. ชั้นนำ > < ซึ่งเมื่อลองใช้ดูแล้ว โอเคเนื้อแชมพูกำลังดี มีฟองปานกลาง สามารถใช้สระครั้งเดียวได้หากวันนั้นไม่ได้ฉีดสเปรย์ สระแล้วให้ความรู้สึกสะอาด ถึงกลิ่นจะไม่โดนใจ แต่ใช้แล้วยอมรับว่าน้ำมันบนหนังศีษระลดลง ผมมันช้าขึ้น เรื่องผมร่วงใช้เวลาซักพักใหญ่ๆจึงจะดีขึ้น สรุปคือมันดี แต่กลิ่นไม่ควรเป็นแบบนี้!

หาซื้อได้ที่ไหน:  ตัวนี้เหมือน Sexy Hair คือตามร้านทำผม หรือเว็บไซด์ที่มีจัดจำหน่าย


TRESemme Keratin Smooth Shampoo & Conditioner 170 ML.

ความเป็นมา: คู่นี้เราของเรียกว่าคู่รักคู่เลิฟ ได้มีโอกาสใช้เพราะเป็นทาสการตลาดล้วนๆ คือที่ Top Supermarket แถวบ้านเราจัดโปรโมชั่นขายขวดล่ะ 35.- และเวลาไปที่ท๊อปก็จะเห็นมันหมดเอาๆ เลยทนไม่ได้ ขอหยิบมาลองด้วยซัก 2 ขวด

ใช้แล้วเป็นยังไง: จากชื่อที่บอกว่าคู่รักคู่เลิฟ คือเป็นแชมพูและครีมนวดที่ใช้แล้วเราประทับใจในทุกอย่างมาก ทั้งกลิ่น เนื้อแชมพู และสภาพผมหลังการใช้ เราคิดว่ามันตอบโจทย์สภาพเส้นผมเราตอนนี้คือผมธรรมชาติ ไม่ได้ทำเคมีใดใด มีแห้งตรงปลายนิดหน่อยเป็นร่องรอยการทำเคมีเดิม หรือจากการใช้ที่ม้วนผมเป็นบางครั้ง สำหรับขวดสีแดงที่เป็นแชมพู เขียนไว้ว่า Lower-Surfate แต่ใช้แล้วเราว่าฟองก็ยังถือว่าเยอะอยู่ดี ตรงนี้ถ้าใครไม่ซีเรียสคงปล่อยผ่าน ส่วนขวดสีขาวที่เป็นครีมนวดก็ล้างออกง่ายดี ใช้คู่กันแล้วหวีผมง่ายขึ้น ผมไม่พันกัน 

หาซื้อได้ที่ไหน: ราคาโปรโมชั่นขวดล่ะ 35.- เราเห็นแค่จากที่ Top Supermarket แถวบ้านอย่างเดียว แต่ถ้าราคาปกติ Booth, Watson ก็น่าจะมีขาย


LOREAL Paris Keratin Smooth 72h Perfecting Conditioner 330 ML.

ความเป็นมา: เห็นลดราคาใน Top Supermarket สำหรับผู้ใช้ The One Card ลองดมกลิ่น กลิ่นก็หอมใช้ได้เลยลองสอยแบบไม่ต้องคิด และบอกตามตรงว่าตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรมาก

ใช้แล้วเป็นยังไง: คือดี 555 อันดับแรกคือกลิ่นหอมตรงจริต และที่ข้างขวดเขียนว่าสำหรับผมชี้ฟู จัดทรงยาก ผมไม่ชี้ฟูยาวนานถึง 3 วัน สำหรับผมธรรมชาติที่หยักโศกและแห้งเล็กน้อยอย่างเรา เราว่าครีมนวดขวดนี้ทำได้อย่างที่เคลม ใช้แล้วรู้สึกเลยว่าผมมีน้ำหนักขึ้น นิ่มขึ้นระดับหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจว่าสำหรับคนที่ผมทำเคมีและแห้งเสียอย่างหนักจะเอาอยู่ไหม เทียบกับ TRESemme คูรักคู่เลิฟแล้ว ตัดเรื่องราคาออกไปเราว่าสูสี ดูท่าผมเราน่าจะถูกกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคราติน

หาซื้อได้ที่ไหน:  Top Supermarket, Booth, Watson


Beauty's Secret Hair Silk Moistpack Natural Extract 400 G. 

ความเป็นมา: วันหนึ่งมีโอกาสได้เจอกับผู้หญิงที่สวยและน่ารักมากๆคนหนึ่งในงานสัมมนา พอพูดคุยกันเลยรู้ว่าเธอจะเป็นนักร้องแล้ว และมีอีกธุรกิจหนึ่งที่ทำอยู่ก็การเป็นคือเจ้าของทรีตเม้นต์ตัวนี้ เธอเล่าให้ฟังว่างานในวงการทำให้เธอต้องทำผมตลอดเวลา ผมเลยเสียเป็นประจำ อะไรก็เอาไม่อยู่ จึงผลิตทรีตเม้นท์ที่แก้ไขปัญหาผมเสียของตัวเองขึ้นมาซะเลย ซึ่งมีความพิเศษอยู่ตรงที่เป็นทรีตเม้นท์ใช้ใช้หมักระหว่างผมแห้ง เราจึงได้โอกาสลองอุดหนุนดู ^^  

ใช้แล้วเป็นยังไง: เราไม่มีโอกาสเปิดดมทรีตเม้นต์ตัวนี้มาก่อนได้ลองตัดสินใจซื้อเพราะตอนนี้เห็นว่าเขายังขายเฉพาะช่องทางออนไลน์ แต่เจ้าของแบรนด์เขาบอกว่ามันหอมมาก พอของมาถึงปุ๊บก็ลุ้นระหว่างแกะซีลว่ากลินจะถูกใจไหม แกะได้ปุ๊ปก็ลองเปิดฝาดมดู โอเคกลิ่นหอมจริง อะไรจริง พอลองใช้ดูเราคิดว่าทรีตเม่นท์ตัวนี้จะบำรุงได้ประสิทธิภาพดีที่สุดคือระหว่างที่ผมแห้ง (หมักทิ้งไว้ติดต่อกัน 30  นาทีขึ้นไปตอนผมแห้งแล้วล้างออก) เมื่อเทียบกับการที่เราลองหมักแบบเปียกดูแล้ว (ในใบปลิวที่เขาแนบมากับสินค้าบอกว่าหมักได้ทั้ง 2 แบบ) จับผมก็พบว่าผมลื่นและนิ่มดี กลิ่นก็ติดนานมากก และน่าจะใช้ได้ดีหากมีการอบไอน้ำระหว่างหมักด้วย (แต่เรายังไม่ได้ลอง > <)

หาซื้อได้ที่: ตามร้านค้าออนไลน์ของแบรนด์ และร้านค้าที่เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย 


LOREAL Paris Fibercerutic Intra-CylaneTM 500 ML.

ความเป็นมา: ช่างทำผมร้านประจำให้มาค่ะ ใจดีมาก เนื่องจากเรามักจะไปตัด เซ็ท ดัด ทำสี และทำทรีตเม้นต์ผมกับเขาติดต่อกันมา 4 ปี ล้าววว 

ใช้แล้วเป็นยังไง: สำหรับตัวนี้เมื่อทำที่ร้าน ทางร้านเขาจะแบ่งเส้นผมออกเป็นช่อเล็กๆ และทาทรีตเม้นต์ได้อย่างทั่วถึง ทิ้งไว้แค่ 15 นาทีโดยไม่จำเป็นต้องเข้าเครื่อง ถ้าหากเข้าเครื่องก็จะใช้เวลาน้อยลงประมาณ 5 นาที เมื่อล้างออกผมก็จะนุ่นลื่นติดต่อกัน 1-2 สัปดาห์ได้ (ต้องอย่าสระผมบ่อย 55) ซึ่งให้ผลแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเวลานำกลับมาทำเองที่บ้าน เพราะเราไม่ถนัดแบ่งเส้นผมเป็นช่อๆด้วยตัวเองได้เท่าที่ร้าน และที่ร้านเขาก็จะมีขั้นตอนการนวดเส้นผมด้วย เลยคิดว่าหมักเองไปก็เสียดายของ เก็บเอาไว้ไปทำที่ร้านน่าจะคุ้มกว่า

หาซื้อได้ที่: ตามร้านทำผมทั่วไป 


สภาพผม 1 ปีพอดี เริ่มจากดัด ทำสี จนมาถึงปล่อยให้ยาวตามธรรมชาติ 
และคอยตัดปลายออก ในระหว่างที่ใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้

ท้ายที่สุดนี้ เราคิดว่าการเห็นผลของผลิตภัณฑ์ต่างๆขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผม ความถี่ในการทำเคมี และการใช้ผลิตภัณฑ์ในการจัดแต่งทรงผม การทำความสะอาด การบำรุง ของแต่ล่ะคน เราเองก็ต้องพิถีพิถันในการเลือกให้เหมาะกับสภาพเส้นผมตามช่วงเวลานั้นๆ ไม่ต่างจากการเลือกใช้ Skincare  

ขอจบการรีวิวในวันหยุดแต่เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่เมื่อความขี้เกียจจางหายค่ะ :)