หมวดหมู่

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2559

ดูเหมือนว่าสมาธินั้นจะเยียวยาได้ทุกสิ่ง



มิตรสหายเพื่อนรัก เนื่องจากวันนี้ดั๊นไปเดินห้าง ตั้งใจจะไปหาหนังสือที่กำลังให้ความสนใจอยู่เล่ม 2 เล่มเกี่ยวกับการเงิน หนี้ดั๊นยังไม่หมด แต่ลดลงก็เยอะแล้ว ซึ่งทันทีที่ไปถึงร้านหนังสือ ก็มุ่งไปที่หนังสือที่เล็งไว้โดยฉับพลัน

แต่ปรากฏว่าพอพลิกๆดูแล้วไม่ค่อยตอบโจทย์ดั๊นซะเท่าไหร่

อีกเล่มที่ดั๊นตังใจมองหาคือหนังสือเกี่ยวกับ "เซน" หรือ "เต๋า" ไม่ใช่เพราะดั๊นอยากจะแสวงหาความรู้อะไรหรอก แต่รู้สึกพักนี้วิธีการชุดเดิมๆที่เคยป้องป้องเยียวยาดั๊น ในการรับมือกับความฟุ้งซ่านมันดูใช้ไม่ค่อยได้ผลเท่าเมื่อก่อน ดั๊นก็เลยคิดว่าคงถึงจังหวะหนึ่งที่ตัวเองจะเสาะหา "ความจริงบางอย่าง" ที่ดั๊นอาจไม่เคยหยิบขึ้นมามองดูใกล้ๆมาก่อนเลย

ปรากฏว่า มันคงยังไม่ใช่เวลาดั๊นที่จะได้เรียนรู้ถึงเรื่องราวเหล่านั้นอีกเช่นเคย เพราะไม่มีหนังสือเกี่ยวกับเซนเล่มใดที่ผ่านมือดั๊นในวันนี้ จะถูกจริตกับระดับการ Consume ข้อมูลของดั๊นเลย ส่วนเต๋าหรืออย่าหวัง ไม่มีซักเล่มในชั้นหนังสือ

แต่แล้วพระเจ้าก็ชี้ทางผ่านการนำเหนอแสงสีชมพูที่ไม่ใคร่จะดูเชยเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ดูทันสมัยมากนักจากมุมหนึ่งอันแสนริบหรี่ของชั้นหนังสือ ชื่อบนหน้าปกหรือก็ไม่ได้จะดูดึงดูดกระแทกต่อมความอยากได้ของดั๊นเลยซักนิด "ความจริง ของความสุข" เหรอ? จะว่าไงดี คือดั๊นไม่ใช่คนที่มีตั้งใจเสาะแสวงหาความจริงเพื่อพ้นทุกข์หรืออะไรเทือกนั้น ออกแนวพอใจในการใช้ชีวิตอย่างรู้คุณซะมากกว่า

รูปเล่มฉบับภาษาอังกฤษ ดูดึงดูดกว่า และมี CD แถมให้ด้วย

แต่พระเจ้าก็ไม่ยอมแพ้ พระองค์สะกดจิตดั๊นให้หยิบมันขึ้นมาแล้วเปิดดูในที่สุด เป็นธรรมดาของดั๊น ที่จะไม่อ่านบรรดาคำนิยมทั้งหลายในช่วงแรกๆของหนังสือ เพราะดั๊นอยากเข้าสู่ "ความเป็น" ของตัวหนังสือที่อยู่ในมือจริงๆโดยไม่ผ่านอิทธิพล หรืออคติใดใดโดยการอ่านคำวิจารณ์ของเหล่าผู้มีอิทธิพลทั้งหลายที่ดั๊นชื่นชอบ และไม่ชอบ

ปรากฏพอดั๊นอ่านย่อหน้าแรกเท่านั้นแหละ ต้องบอกว่าจิตวิญญาณนี่รัวกลองเบาๆเลย คือใช่! มันใช่!! อย่างนี้แหละคือหนังสือที่ดั๊นตามหา

ดั๊นเชื่อว่าโดยพื้นฐาน มนุษย์ทุกคนล้วนต้องการเสาะหาที่พึ่งทางจิตใจ แต่บ่อยครั้งที่กระบวนการเหล่านั้นถูกถ่ายทอดผ่านคัมภีร์, การใช้ระดับภาษา หรือการนำเสนอที่จะเข้าถึงกลุ่มคนได้แค่บางกลุ่ม นี่ยังไม่นับถึงการตีความผิดๆอีกนะ ดังนั้นบ่อยครั้งที่ดั๊นจะวางหนังสือที่มักจะขึ้นต้นว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย"
หรือ "การที่เรามานมัสการพระเจ้าวันนี้" เพราะดั๊นอ่านแล้วเข้าไม่ถึง หรือใครจะเปรียบว่าสวยแต่มีบาปหนาก็เอาเถิด

เปรียบเสมือนครูที่นำพาแสงสว่างทางความรู้มาให้ ดังนั้นดั๊นจึงมาจะดีใจที่ได้เจอครูตัวจริงที่รู้ซึ้งอย่างถ่องแท้และผ่องแผ้วถึงศาสตร์ที่ดั๊นกำลังให้ความสนใจ และนำเสนอมันออกมาผ่านวิธีที่ดั๊นสามารถเรียนรู้ และเข้าใจได้ ช่างเป็นบุญของดั๊นจริงๆที่ครูแบ่งปันสิ่งนี้ให้พวกเราผ่านรูปแบบใหม่ๆ

ยัง ดั๊นยังอ่านไม่จบ แต่ดั๊นอยากมาบอกก่อนว่าการบอกเล่าถึงการทำสมาธิเพื่อเป้าหมายอะไรก็ตามแต่ในมุมมองของชาวตะวันตกนั้นก็ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความจริงของมนุษย์ด้วยกันได้มากขึ้น มันอาจจะไม่ได้พูดถึงความศักดิ์สิทธิหรือดวงแก้วอะไรทำนองนั้น แต่มันก็ทำให้เราอยากปฏิบัติเพื่อแก้ไขด้านที่พร่องของตนเอง ในขณะเดียวกันก็ทำให้เรามีมุมมองใหม่ๆกับมนุษย์ที่มักจะทำให้เราเจ็บช้ำด้วย และมันก็ไม่เลวเท่าไหร่ที่จะลองครุ่นคิดถึงมันผ่านมิตินั้น

ฟังดูแล้วราวกับว่าสมาธินั้นจะเยียวยาได้ทุกสิ่ง แต่สำหรับดั๊นแล้ว การนำเสนอด้วยภาษาอันเข้าถึงได้ง่าย ในการจะเข้าใจแก่นสาระสำคัญนั้น ดูจะเป็นป้อมปราการแรกที่สำคัญมากไม่แพ้กันเลยนะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น