หมวดหมู่

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Review Skin Care ที่น่าสนใจจาก Puntip Clinic

เมื่อช่วงใกล้ๆสิ้นปี 2014 เมย์มีปัญหาสิวเสี้ยน รูขุมขนกว้าง และรอยแดงที่เกิดจากเส้นเลือดฝอย ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าจะไปหาคุณหมอผิวเพราะรู้สึกว่าตัวเองนั้นเอาอยู่ อาจจะเพราะว่าที่ผ่านมาตั้งแต่เล็กจนโตผิวหน้าของเราไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก ไม่เคยต้องเข้าคลินิกความงามมาก่อนเลย แต่บอกตรงๆว่าช่วงนั้นจิตตกมาก เพราะเมื่อส่องกระจกใกล้ๆจะเห็นสิวเสี้ยนที่เยอะอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และพอกดออกเองก็กลายเป็นรู ซึ่งถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อน รูที่เกิดจากการกดสิวจะค่อยๆลดขนาดลงเอง และหายไปในที่สุด แต่ ณ ตอนนั้น 1 วันก็แล้ว 2 วันก็แล้ว มันก็ยังเห็นว่าเป็นรูอยู่ > <



คือเครียดพอสมควรค่ะสำหรับคนที่ไม่เคยมีปัญหาผิวหน้ามาก่อนเลย เมย์ก็พอจะทำความเข้าใจได้ว่าคอลาเจนใต้ผิวของเราคงเสื่อมลงไปตามอายุที่มากขึ้น กัลวลอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจว่าจะไปพบคุณหมอรักษาผิวหน้าที่ไหนซักแห่งนี่แหละ ก็ลองหาข้อมูลของแต่ล่ะที่และโทรไปสอบถามดู อันที่จริงต้องบอกว่าได้โทรไปถามหลายๆคลินิคชื่อดังที่มี Review ค่อนข้างเยอะและมีหลายๆสาขา ซึ่งแม้จะเป็นคลีนิคในเครือเดียวกัน แต่ล่ะสาขาก็ให้แนะนำแนวทางการรักษาและใช้เครื่องมือที่แตกต่างกัน สำหรับเมย์แล้วข้อมูลนี้ทำให้เมย์สับสนและไม่กล้าตัดสินใจค่ะ และท้ายที่สุดถามไปถามมาเมย์ก็ตกลงปลงใจเลือกไปรักษาที่ Puntip Clinic ที่ J Avenue ทองหล่อ 13 ด้วยเหตุผลว่าพอลองโทรไปปรึกษาแนวทางรักษาแล้วพบว่าทางคลีนิกตอบคำถามเมย์ได้ดี และตอบตรงกันทุกครั้งที่โทรไป แม้จะเป็นพนักงานคนล่ะคนรับสาย(โทรไปไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งใน 1 อาทิตย์ค่ะ) 

นอกจากนี้พอเดินทางไปพบคุณหมอ เมย์ก็ประทับใจคุณหมอเกด คุณหมอเกดให้คำแนะนำ ใสใจ ตอบข้อคำถามของเมย์ได้อย่างมีทีมาที่ไป และให้เกียรติลูกค้ามากๆ นอกจากนี้ยังพบว่าทางคลินิกมีการใช้เทคโนโลยีและเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย(สำหรับเมย์ อันนี้สำคัญมาก)และมี Skincare ที่มีสารสกัดที่น่าสนใจในการดูแลรักษาค่ะ 


มาดูส่วนผสมหลักของ Skin Care Set นี้กันค่ะ

Vitamin C ส่วนผสมที่เป็นเบสที่ดีของ Skincare ช่วยช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวหนัง ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น และลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว จึงเป็นการลดจุดด่างดำจากสิวไปในตัว และรอยสิวต่างๆได้ และเนื่องจากวิตามินซีนั้นช่วยให้ร่ายกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้รอยแดงที่เกิดจากเส้นเลือดฝอยจางลง

Arbutin ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดสีเมลานินน้อยลง ดังนั้นจึงจัดเป็นสารสกัดกลุ่ม Whitening ที่ใช้แล้วเห็นผลมากว่าผิวขาวขึ้น จุดด่างดำจางลง ที่สำคัญปลอดภัยกว่าสารไฮโดรคิวโนน(ที่ใช้แล้วเห็นผลได้ใกล้เคียงกันแต่อันตรายกว่า) จึงไม่อยู่ในกลุ่มสารเคมีที่ต้องมีการควบคุม และมักเป็นส่วนผสมหลักที่มีอยู่ในครีมบำรุงเคาเตอร์แบรนด์

Astaxanthin พิเศษสุด สารสกัดตัวนี้เป็นอะไรที่ปลื้มมากค่ะ เพราะถือเป็นสุดยอดสารสกัดที่ช่วยในการชะลอวัยที่ดีที่สุดในปัจจุปัน(ปีนี้เมย์อายุ 29 แล้วค่ะ > <) เนื่องจากมีคุณสมบัติสูงกว่า Vitamin C ถึง 6,000 เท่า, Vitamin E 550 เท่า และมากกว่า Coenzyme Q10 ถึง 800 เท่า ซึ่งปัจจุปันมีทั้งสกัดมาในรูปแบบของเซรั่ม ครีม และอาหารเสริม ที่แม้โมเลกุลของ Astaxanthin นั้นจะใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับ Vitamin C แต่ก็สามารถซึมไปใช้ในการบำรุงผิวได้ดีกว่า

การซึมเข้าผิวหนังของสารสกัดจาก Astaxanthin ซึมลงผิวได้ลึกกว่า Vitamin C

Derma Active Blanc Vital 1 Serum และ Derma Active Blanc Vital 2 Serum



ความแตกต่างกันของเซรั่มทั้ง 2 ตัวนี้คือ

เซรั่มทั้ง 2 ตัวให้ความรู้สึกเหมือนกันค่ะ คือสัมผัสเหมือนน้ำเปล่า ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่หนืด เวลาที่เมย์ใช้ก็จะกดเพียงแค่หนึ่งปั้ม นำมาวอร์มบนฝ่ามือแล้วใช้วิธีตบเบาๆที่ใบหน้าและลำคอค่ะ โดยเริ่มจาก Derma Active Blanc Vital 1 Serum และตามด้วย Derma Active Blanc Vital 2 Serum

ความรู้สึกทันทีหลังใช้: เนื้อเซรั่มซึมค่อนข้างเร็วค่ะ

Derma Gentle Sun Protection SPF 100 PA+++


เป็นกันแดดค่า SPF 100 PA+++ ที่เคยใช้เป็นครั้งแรก เป็นกันแดดเนื้อมูสบางเบา เนื้อของกันแดดเป็นสีครีมอ่อนๆ ไม่มีกลิ่น ทาแล้วกลืนไปกับในหน้า ให้ความรู้สึกเหมือนทาเบสค่ะ

ความรู้สึกทันทีหลังใช้: ทาแล้วหน้าไม่มัน และเนียนไปกับผิวหน้า


Tip สำหรับการเลือกกันแดดที่ดี

ค่า SPF 15 = ปกป้อง15 เท่าของค่าปกติ เพราะฉะนั้น 15 X 15 = 225 นาที หรือ 3 ชั่วโมง 45 นาที 

ถ้า SPF 100 ปกป้อง 100 เท่าของค่าปกติ จะเท่ากับ 100 x 15 = 1,500 นาที หรือ  25 ชม นั่นเอง.

ที่สำคัญสำหรับครีมกันแดด ค่า PA หรือ Protection Grade of UV A คือค่าที่แสดงถึงระดับในการป้องกันรังสี UV A ซึ่งเป็นรังสีที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระและเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง 

ประสิทธิภาพของการป้องกันดูได้ด้วยเครื่องหมาย + โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ


PA+  = ปกป้อง UV A ได้ 4 เท่า

PA++ = ปกป้อง UV A ได้ 4 - 8 เท่า 

* ค่าสูงสุดที่ PA+++ ปกป้อง UV A ได้มากกว่า 8 เท่า


สำหรับผู้ที่กัลวลว่าค่า SPF ที่สูงเกินไปนั้นจะมีผลเสียต่อผิวหรือเปล่า คุณหมอเกดอธิบายให้ฟังว่า


"ครีมกันแดดของเราใส่ Stem cell เข้าไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ผิวทนแดดได้มากขึ้น SPF เลยสูงขึ้น โดยไม่ได้เพิ่มสารเคมีใดๆเข้าไปเลยค่ะ กันแดดชนิดนี้แราศจาก Chemical Sunscreen ค่ะ รับรองไม่แพ้ ปลอดภัยสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายค่ะ"

Pitera Night Detox

เป็น Sleeping Mark มีกลิ่นหอมนิดหน่อย เนื้อคล้ายๆครีมบำรุงผิว ทาแล้วรู้สึกว่าซึมเข้าไปที่ผิว ไม่เหมือน Sleeping Mark สไตล์เกาหลีที่ทาแล้วเนื้อจะชุ่มๆบนใบหน้าเหมือนฟิลม์เคลือบผิวอีกชั้นค่ะ Pitera Night Detox สำหรับตัวคุณหมอแนะนำให้ใช้อาทิตย์ล่ะ 1 ครั้ง หรือสำหรับผู้ที่ติดใจคืนเว้นคืนเลยก็ยังได้

ความรู้สึกทันทีหลังใช้: เหมือนทาครีมที่เข้มข้นกว่าปกติเล็กน้อย แต่หน้าไม่มัน


นอกจากนี้คุณหมอเกดยังดูแลผิวให้เซเลปบ้านเราอีกมากมาย เท่าที่เคยเห็นก็มีพี่โดม คุณนิโคล น้องแพ็ตตี้ค่ะ สำหรับใครที่สนใจอยากถอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการต่างๆของพรรณทิพย์คลีนิคติดต่อได้ที่นี่ค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น