หมวดหมู่

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

The Land Before Time: ก่อนกำเนิด SUAY360 2

 ทำส่วนที่เป็นคำถามที่ถูกถามบ่อย 

เบื้องต้นเลยก็ไม่มีอะไรมาก แค่ลองนึกดูว่าถ้าเราเป็นลูกค้า สนใจจะซื้อสินค้าอะไรซักอย่างในร้านของเรา นอกจากราคาแล้ว ยังมีแง่มุมไหนของสินค้าตัวนั้นๆบ้างที่ เราอยากรู้ ลอง list ออกมาเป็นข้อๆ ก็จะเริ่มได้ชุด คำถาม - คำตอบ ของคำถามที่พบบ่อยแล้ว :)  

แต่ความสนุกในการเล่นสมมุติว่าเราเป็นลูกค้ามันไม่ได้มีให้ค้นหาอยู่แค่นั้น เพราะในความเป็นจริงระหว่างขั้นตอนการซื้อขายนั้น เราจะพบว่าบ่อยครั้งเลยที่คำถามเกี่ยวกับตัวสินค้าที่ลูกค้าถามเรา ก็ไม่เป็นคำถามที่มีอยู่ในคำถามที่พบบ่อยในหน้าของ salepage เนื่องจาก concern ของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน

Tip คือเมย์ก็ค่อยๆหยิบยกจากตรงนี้แหละไปปรับแต่งเนื้อหาใน salepage ของเราให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

แต่บ่อยครั้งอีกเช่นกันที่พบว่าหลายๆคำถามนั้นเราได้เขียนอธิบายบอกไว้อย่างละเอียดแล้วแต่ลูกค้าไม่อ่าน ก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงเขาก็เป็นผู้มีอุปการะคุณของเรา > < 

ตัวอย่างคำถามที่ถูกถามบ่อยๆ

เรียงลำดับคำถามตามสถานกาณ์จริง ที่ลูกค้าถามระหว่างการซื้อขาย ซึ่งเราจะพบได้ว่าบางคำถามก็อาจจะไม่มีเขียนถึงในหน้าของ salepage ของเรา ก็สามารถนำไปเข้าเพิ่มได้เลยตามความเหมาะสม




คำถามเกี่ยวกับสรรพคุณของสินค้า


คำถามเกี่ยวกับขนาดหรือปริมาณของสินค้า 
เช่นแชมพูขวดนี้มีปริมาณกี่ Ml, อาหารเสริมกล่องนี้มีกี่ Capsule 


คำถาม Classic ของผู้บริโภค


คำถาม วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต และหมดอายุ


100 ทั้ง 100 ถ้าคุยมาถึงตรงนี้จะถาม Promotion

Tip สำหรับลูกค้าที่ถามว่าช่วงนี้มี Promotion อะไร ส่วนมากมักจะไม่ได้ได้อ่าน Promotion ที่มีอยู่ทางหน้าเว็บไซด์ หรือบางทีสินค้าตัวที่เขาสอบถามยังไม่ได้จัด Promotion แต่ในฐานะร้านค้า การที่เรา Be flexible เข้าไว้ แนะนำให้เราลองวิเคราะห์ลูกค้า และลอง Offer Promotion ที่สอดคล้องกับความต้องการของเขาได้ ก็จะทำให้ซื้อง่ายขายคล่องขึ้น

จากคำถามนี้ เมย์ก็เข้าไปปรับ Promotion ให้สอดคล้องตามสภาพเศรษฐกิจ หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปแตะเลยมา 2 ปีแล้ว บ้าจริง :P


คำถามนี้ชอบมาก ตอบปุ๊บปิดการขายปั๊บ
สามารถยกมาเขียนที่หน้าขั้นตอนการสั่งซื้อบนเว็บได้เลย^^ 

 แนะนำศัพท์เทคนิคในอุตสาหกรรม 

ในที่นี้คือคำศัพท์เทคนิคในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ซึ่งไม่จำเป็นที่ต้องรู้ไปหมดทุกคำศัพท์ก็ได้ เอาเฉพาะหลักๆที่ควรรู้เช่นชื่อของสารสกัดในผลิตผลิตภัณฑ์ที่เราขาย หรือชื่อสารอันตรายที่ห้ามใช้ในวงการเช่นสารปรอท สเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน เพื่อเนื้อหาในบทความหรือหน้า sale page ของเราจะได้อธิบายถึงความแต่งต่างและที่มาที่ไปได้

จากประสบการณ์แล้ว การที่เรามีการกล่าวถึงคำศัพท์เฉพาะนั้นมีอะไรๆมากกว่าการที่ทำให้เราดูเท่ห์ ข้อดีที่เห็นได้ชัดในมุมมองของลูกค้าคือ 

1. สำหรับลูกค้าที่ยังไม่เคยได้ยิน ได้ฟังในการรับทราบข้อเท็จจริงในสิ่งที่เขากำลังสอบถามมาก่อนเลย ข้อมูลตรงนี้จะเป็นการ educate เขาในฐานะผู้บริโภคไปในตัว และเราจะดู expert ในสายตาพวกเขาขึ้นมา 1 step เชียวล่ะ 

2. สำหรับลูกค้าที่มีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์ของสินค้าและบริการของเรา เขาจะรู้สึกว่าเราเป็นพวกเดียวกับเขา เป็นร้านค้ามืออาชีพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความใส่ใจต่อผู้บริโภค  

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้มีผลพลอยได้คือก่อให้เกิดความรู้สึก Trust ไม่ว่าจะเป็น Trust ในแบรนด์ของเรา ในคุณค่าของสินค้าและบริการที่เราเป็นผู้จัดจำหน่าย เมย์คิดว่านอกจากความประทับใจแล้วก็มี Trust นี่แหละที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เพราะฉะนั้นมันจึงสำคัญมากเลยในการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราจริงใจต่อเขาด้วยการเป็นผู้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ผ่านการทำการบ้านด้วยการทำความรู้จักกับคำศัพท์เทคนิคในอุตสาหกรรมของเรา ก่อนที่จะเลือกใช้นำมาใช้ประกอปการเขียนของเราอย่างรู้จริง :) 


ตัวอย่าง salepage ที่นำหลักการนี้ไปปรับใช้ 


C U 

Special Thanks to http://www.imwritingrich.com/
ส่วนหนึ่งของที่มาในการตั้งใจทำในสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น  :)  



วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

The Land Before Time: ก่อนกำเนิด SUAY360


ยาวไปไม่อ่านแต่ถ้าพลาดแล้วจะเสียดาย(ช่างกล้า) นี่เป็นการปะติดประต่อกันและโครต true story ของเมย์ตอนเป็นมือใหม่ในการทำ ecommerce เลยนะ
มันเริ่มจากว่าเมื่อไม่นานมานี้เมย์ได้มีความคิดเข้าไปปรับแต่งบทความและเนื้อหาหน้า sale page สินค้าที่ขายดีของทางร้านมาหลังจากที่ไม่ได้เข้าไปแตะอีกเลยมาประมาณ 2 ปีแล้ว
ถ้าใครที่สนิทกันก็จะรู้ว่าเมย์ไม่ได้มี www.suay360.com เป็นเว็บแรกสำหรับขายของ ย้อนกลับไปก่อนการกำเนิด suay360 ประมาณ 2 ปี เมย์เคยถูกผู้ชายอัจฉริยะเจ้าของบับเบิ้ลบีทรานฟอร์เมอร์ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวหนึ่งซึ่งก็คือคอลลาเจน(จำได้เลยว่ายุคนั้นอะไรๆก็คอลลาเจนๆ) หว่านล้อมให้เปิดเว็บขายของขึ้นมา ซึ่งตอนแรกก็ลองทำดูไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ปรากฏว่าเปิดเว็บขึ้นมาไม่นาน ประมาณเดือนนิดๆ สินค้าก็เริ่มขายดี โดยเฉพาะช่วงที่พีคมากๆนี่เรียกว่าขายดีแบบเทน้ำเทท่า ขายดีแบบถล่มทลาย
ถ้าจะวิเคราะห์ว่าทำไมเพิ่มเปิดร้านแล้วก็ขายดีเลย ก็ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งมาจากอัจฉริยะคนนี้มองต่าง เลือกที่จะผลิตคอลลาเจนที่มีจุดขายที่แตกต่างจากคอลลาเจนทั่วไป(บทความนี้ไม่ได้จะขายของ ขอข้ามไปในส่วนรายละเอียดของสินค้า) และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดูเป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น ให้อารมณ์เป็นสินค้า hi-end แต่ขายราคาในราคาที่ไม่โดดจากราคาของคอลลาเจนตามท้องตลาดเลย อีกส่วนหนึ่งมาจาก connections ส่วนตัวของอัจฉริยะคนนี้ที่เคยครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าของนิตยสารวัยรุ่นสุดเซ็กซี่สวนกระแสมาก่อน เลยรู้จักดารานางแบบเยอะมาก ไม่นานเท่าไหร่ ผู้บริโภคก็เห็นดารานางแบบ(ยุคนั้น net idol ยังไม่ปัง) ถือคอลลาเจนยี่ห้อนี้โปรโมทกันพรึ่บพรั่บ และส่วนสุดท้ายมาจากคุณภาพของตัวสินค้าจริงๆลูกค้านำไปชงดื่มแล้วเห็นผลกัน ก็เลยกลับมาซื้อซ้ำ
เพราะฉะนั้นสำหรับใครที่ไม่เคยขายของออนไลน์มาก่อน และไม่รู้เทคนิคการค้นความต้องการหรือช่องว่างทางการตลาดไม่ว่าจะผ่าน keywords ต่างๆ หรือผ่านการสังเกตว่าจะนำสินค้าอะไรดีมาขาย จากประสบกาณ์ของเมย์ เมย์พบว่าการเลือกหาสินค้าจากผู้ผลิตที่มีวิสัยทัศน์และมีประสบการณ์ตัวจริงนั้น จะช่วยเราในการผลักดันสินค้าออกสู่ตลาดและเกิดกระแสได้เร็วมากกว่า เงินทุนก็หมุนเวียนคล่อง ที่สำคัญการสั่งสินค้าจากผู้ผลิตที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่จากร้านค้าส่งเจ้าที่ 1 เจ้าที่ 2 เรื่อง margin ไม่ต้องพูดถึง แต่ที่ดีไปกว่านั้นมันยังทำให้เราสามารถได้รับเครดิตในการ stock ของก่อนแล้วจ่ายที่หลังอีกด้วย จะกี่วันก็ว่ากันไป เนื่องจากว่าเราเป็นคนช่วยที่เขากระจายสินค้าคนแรกๆของตลาด(แต่วาทะศิลป์ก็ต้องถึงด้วยนะเออ ซึ่งเรื่องนี้เมย์ถนัด เผลอๆอาจจะเป็นสิ่งที่ทำได้ค่อนข้างดีจากสิ่งที่ทำได้ดีที่มีไม่กี่เรื่องในชีวิตเลย)
แต่ไม่นานนัก หลังจากที่เมย์เริ่มทำ suay360 ร้านค้าออนไลน์ที่มีสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพและความงามเหมือนกัน แต่มีสินค้าให้เลือกหลากหลายกว่า มีคู่ค้าทางธุรกิจที่เป็นเจ้าของแบรนด์เพิ่มขึ้น ต้องมีการติดต่อกับเอเจนซี่โฆษณาและ beauty blogger มากขึ้น(จริงๆความรับผิดชอบในส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่ชอบที่สุดเลย ^^) อีกเว็บที่ว่านี่ก็ค่อยๆร้าง แฟนพงแฟนเพจก็ไม่ได้อัพเดท โปรโมชั่นอะไรก็ไม่ได้ส่งให้ลูกค้าเลย บอกว่าไม่มีเลยอาจจะตรงกว่า แต่เชื่อไหมว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สินค้าก็ยังออกทุกเดือน แม้ว่ากระแสคอลลาเจนจะลดลงไปมากแล้วก็ตาม
ถ้าให้คิดหาเหตุผลเมย์ ก็สามารถบอกได้ว่าถ้าไม่นับคุณภาพของสินค้าแล้ว ผลบุญที่ขายได้ติดต่อกันทุกเดือนนี้น่าจะมาจากความรู้ในการเขียน sale page แบบมีคุณภาพได้ ทำให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าแล้วเจอร้านของเราได้ง่าย จำได้ว่าตอนนั้น รายละเอียดของสินค้าทุกตัวในร้าน เมย์เป็นคนเขียนเอง ไม่ได้ก๊อปเนื้อหามาจากที่ไหนเลย นอกจากนี้มีบทความเกี่ยวกับสินค้าที่ทยอยอัพเดทอยู่เสมอไม่เคยขาย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ต้องขอมอบความดีความชอบ และขอบคุณผู้ที่สอนหลักการการเขียน sale page ที่ support seo สุดๆจากน้อง Ikhun Moo ที่แสนใจดีและใจเย็น > < สามารถสอนเมย์ได้อย่างเข้าใจง่ายมากๆภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทั้งๆที่ไม่มีพื้นฐานทางด้านนี้มาก่อนเลยมา
ที่นี้เนื่องจากตอนนี้เหมือนจะว่าง เลยอยากลองทำให้มันกลับขายดีมากยิ่งขึ้น(สรุปก็คือโลภนั่นเอง) แต่ก็ไม่อยากทุ่มงบโฆษณา ก็เลยงัดวิชาการเขียน sale page 101 ที่คุ้นเคยขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เขียนมานาน แต่เชื่อว่า skill ก็คงยังไม่น่าจะต่ำทรามลงเท่าไหร่ ความคิดริเริ่มอยากจะลองปรับแต่งเนื้อหาในส่วนอื่นๆของเว็บไซด์ก็เริ่มเกิดขึ้น แต่ประเด็นก็คือไม่ได้ลงมือเองมานานแล้วไง(หลังๆมัวแต่เที่ยว) เลยต้องขอปัดฝุ่นกันซะหน่อย ไหนขอเช็คนิดหนึ่งสิว่าตอนนี้ algorithm ของ google เขาไปถึงไหนกันแล้ว
และเนื่องจากที่เป็นคนที่มีความจำเป็นเลิศ เมย์เลยจำว่าไม่นานมานี้เคยเห็นบทความหนึ่งที่พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็เลยลองค้นดูและเข้าไปอ่านอีกรอบ
บทความนี้มีชื่อว่า 10 กลยุทธ์ชนะใจแพนด้าและแพนกวิ้น ซึ่งอ่านครั้งแรกเมย์ก็รู้สึก plain and simple มาก(พูดแบบรักษาน้ำใจ) เอาจริงๆเลยก็รู้สึกว่านี่มันก็สิ่งที่กูรู้อยู่แล้วนี่หว่า สิ่งใหม่อยู่ตรงไหน แต่โชคดีดีเมย์ไม่ได้เป็นคนสวยสายเถื่อนที่มีความจำดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นคนที่ค่อนข้างมีความละเอียดถี่ถ้วนอีกด้วย ก็เลยลองอ่านทบทวนบทความนี้ดูอีกรอบว่ามีสิ่งไหนที่เราตกหล่นไปหรือเปล่านะ มีอะไรบ้างไหมที่เราจะลองนำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มยอดขายขึ้นได้บ้าง มันต้องมีสิว่ะ(ให้ตายเถอะ ความโลภนี่มันเป็นแรงผลักดันที่ดีจริงๆนะ) และแล้วด้วยความโลภ เอ้ย ความตั้งใจจริงของเมย์ 2 หัวข้อย่อนที่อ่านผ่านๆไปตอนแรกไม่ได้แล้วคิดอะไรก็เริ่มตกผลึกออก 2 หัวข้อย่อยที่ว่านั่นก็คือ
 ทำส่วนที่เป็นคำถามที่ถูกถามบ่อย 
 แนะนำศัพท์เทคนิคในอุตสาหกรรม
ตอนที่

นางฟ้าจำแลง

ปกติแล้ว สิ่งแรกที่จะทำหลังตื่นนอนเลยก็คือกว้านหาหนังสือที่ใต้เตียงขึ้นมาอ่าน ต้องขอบคุณคุณพ่อที่คอยปลูกฝังมาเสมอว่าการอ่านหนังสือดีๆในตอนเช้าช่วงที่สมองยังปลอดโปร่งนั้น ถือป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและช่วยจรรโลงจิตใจได้เป็นอย่างเหลือเชื่อ วันนั้นถึงวันนี้ 20 กว่าปีผ่านมาแล้ว ไม่ต้องมีสิ่งการันตรีใดใดเลยว่าคำสอนของคุณพ่อนั้นเป็นจริงหรือเปล่านอกจากชีวิตที่สะท้อนถึงความมหัศจรรย์อย่างไม่หยุดหย่อนของสาวน้อยในรูปที่กำลังอยู่ตรงหน้าของคุณในขณะนี้ อย่างไรก็ตามหนังสือดีๆที่ว่านั้นช่างหลากหลายและต่างก็สร้างแรงบัลดาลใจที่แตกต่างกันออกไป บางเล่มดึงความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของเราออกมา บางเล่มเป็นดั่งลมใต้ปีกคอยอุ้มชูและขับเคลื่อน บางเล่มเป็นดั่งขุมทรัพย์แห่งจินตนการที่ไม่รู้จบ และบางเล่มก็แสดงให้เห็นถึงสิ่งพิเศษซึ่งก้าวผ่านพรมแดนตัวกูของกู เชื้อชาติ ศาสนา และวารสารบางๆของศุภนิมิตเล่มนี้คือหนึ่งในนั้น
เราไม่ใช่คนรักเด็ก ไม่ใช่คนที่คิดอยากจะมีลูกเป็นของตัวเอง แต่เราเชื่อในการส่งต่อโอกาส และร่วมถักทอความฝันของผู้อื่น เห็นอนาคตของเขาประหนึ่งว่าเป็นของเรา เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ได้อ่านสิ่งพิมพ์ต่างๆที่ศุภนิมิตรส่งมาเพื่อคอยแจ้งข่าวคร่าวความเป็นไปของเด็กๆและขุมชนของเขาที่พัฒนาขึ้นกันอย่างต่อเนื่องนั้น เรารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่เงินเล็กๆน้อยๆของเราได้ มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกสบายและฟื้นฟูสภาวะทางสังคม และจิตใจของพวกเขา พวกเขาซึ่งอยู่ในที่ที่ห่างไกล พวกเขาที่เราไม่เคยแม้จะได้รู้จัก ไม่ใช่ญาติพี่น้อง ไม่ใช่คนในครอบครัว แต่ก็เพราะพวกเขานี่แหละ ที่ทำให้เราได้รู้ว่าในการเดินทางไปโรงเรียนในแต่ล่ะครั้งนั่น ต้องใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมง ทั้งเดินเท้าและต่อเรือ และ บางครั้งหากอากาศหนาว หรือฝนตกก็จะยิ่งทำให้การเดินทางมีรสชาติสมบุกสมบันขึ่นไปอีก แต่พวกเขาก็ไม่เคยที่จะขาดเรียน เพราะเชื่อว่าการมีความรู้คือสิ่งเดียวที่จะนำพาให้ชีวิตของพวกเขาและครอบครัวได้ไปอยู่ในจุดที่ดีกว่านี้ ในขณะที่มีเด็กไทยตลอดจนนักศึกษาไทยอีกมากมายที่ไปเรียนสาย โดดเรียนเพียงเพราะง่วงนอน หรือตื่นไม่ทันทั้งๆที่พ่อแม่ก็ขับรถไปส่งหรือไม่หอแม่งก็อยู่ติดกับมหาลัยนั่นแหละ
อันที่จริงเราก็ไม่ได้เป็นคนที่เชื่อในระบบการศึกษาเลย แต่ลองอยากชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่พวกคุณมีมากกว่าพวกเขา และตระหนักรู้ถึงคุณค่าของมันให้มากเข้าไว้ก็เท่านั้น ถ้าวันนี้คุณมีห้องเรียนให้นั่งเรียน มีคอกเล็กๆในออฟฟิสให้ทำงาน ก็อยากจะขอให้ใช้เวลากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ชีวิตส่วนตัวของคุณมีความก้าวหน้าต่อไป เพราะความสำเร็จและล้มเหลวส่วนตัวของแต่ล่ะบุคคล คือตัวชี้วัดความสำเร็จและล้มเหลวของประเทศทั้งประเทศ สังคมเราจะคงจะดีขึ้น หากแต่ล่ะคนรู้ว่าตัวเองตื่นขึ้นมาเพื่ออะไร และมีความรับผิดชอบอะไรบ้าง จงทำมันให้ดี ทำมันให้ยิ่งใหญ่ และที่สำคัญหมั่นทำดีเข้าไว้ เพราะนอกจากความรัก โลกนี้คงไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืนไปมากกว่าความดีและความจริงอีกแล้ว
รู้จักมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย World Vision Foundation of Thailand

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558

ความประทับใจที่ได้จากกันแดดแบบทาน SunAway

เท้าความก่อนเลยว่าเป็นคนที่ทาครีมมาตั้งแต่ช่วงเริ่มเป็นวัยรุ่นจนเป็นนิสัย  ไม่มีปัญหาอะไรกับการหว่านล้อมให้ตัวเองต้องทาครีมบำรุงผิวหรือครีมกันแดด เพราะไม่ชอบความเหนอะหนะของครีมเหมือนหลายๆคน จะว่าไปยิ่งครีมกันแดดสมัยนี้มีหลายเท็กเจอร์มากไม่ว่าจะเป็นกันแดดเนื้อมูส เนื้อโลชั่นน้ำนม หรือกันแดดที่ทาแล้วสามารถเป็นเบสเพื่อเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า ทำให้ยิ่งอดสนุกกันครีมกันแดดไม่ได้

แล้วอะไรล่ะที่ทำให้หันมาลองทานอาหารเสริมกันแดด ที่เรียกได้ว่านำเทรนด์(เรียกเอง เพราะเห็นว่าในบ้านเรายังไม่ค่อยมีใครทาน แต่สาวๆจากญี่ปุ่นทานกันมานานแล้ว > <)

เริ่มแรกเลยเมื่อต้นเดือนม.ค. ที่ผ่านมา เมย์ได้ลองทานอาหารเสริมที่มีชื่อว่า สารสกัดจากส้ม Satsuma ตามชื่อจังหวัดซัทสึมะของประเทศญี่ปุ่น (เลขที่จดแจ้ง 14-1-16056-1-0002) ที่มี Story ว่าชาวญี่ปุ่นที่จังหวัดซัทสึมะนี้รับประทานส้มสายพันธ์ซัทสึมะซึ่งตั้งตามชื่อของจังหวัดแล้วพบว่ามีสุขภาพผิวที่ถือได้ว่าขาวใส ละเอียด แข็งแรง ปัญหาเรื่องฝ้ากระแทบไม่มี เมื่อเทียบกับคนญี่ปุ่นจังหวัดอื่นๆทั่วไป




นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้มากมายเช่นทานแล้วหน้าท้องยุบลง ช่วยเพิ่มมวลกระดูกเป็นต้น ซึ่งเมย์ได้ทานอยู่ประมาณ 1 เดือนก็เห็นผลว่ารอยจากสิวอักเสบนั้นจางลงเร็วกว่าปกติ และได้ยิน feedback จากพี่ๆหลายคนที่เป็นฝ้ามานานว่าทานแล้วผิวชั้นนอกค่อยๆลอกออกและฝ้าก็ดูจางลงเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อและใหม่มากในวงการความงาม เพราะอย่างที่เราทราบกันว่าผู้ที่เป็นฝ้านี่เป็นอะไรที่น่าหนักใจและเห็นใจกว่าคนที่เป็นสิวซะอีกนะ เพราะค่ารักษาแต่ล่ะครั้งนั้นสูงมาก แต่ก็เห็นผลเพียงแค่เล็กน้อย ก็เลยรู้สึกว่าอาหารเสริมแบรนด์นี้ดีจริง ทานแล้วทุกคนโดยเห็นผลอาจแตกต่างกันตามปัญหาและช่วงอายุ




สามารถรับชมคุณสมบัติของสารสกัดจากส้ม Satsuma รับชมเป็น VDO ได้นะคะ 

จากนั้นไม่นาน ในเดือนที่ 2 กันแดดแบบทานที่มีชื่อว่า SunAway ก็เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวตามมาติดๆ เพียงทานวันล่ะ 1 เม็ดก่อนออกแดด 1-2 ชั่วโมง ซึ่งบอกตามตรงว่าตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับอาหารเสริมตัวนี้เลยทั้งๆที่เมื่อศึกษาข้อมูลของส่วนผสมดูก็พบว่า ใน 1 เม็ดนี่มีสารสกัดจาก Astaxanthin (แอสตาแซนทิน) ซึ่งถือเป็นราชินีแห่งสารต้านอนุมูลอิสระในการชะลอวัยที่สกัดมาจากสาหร่ายแดง (Haematococcus Pluvialis)

  

1. เพราะว่ามันถูกเรียกว่ากันแดดเลยรู้สึกว่าคงช่วยเรื่องกันแดดเป็นหลัก

2. รู้สึกว่าเป็นอาหารเสริมที่ราคาถูกไป กล่องล่ะ 790.- (อ้าว > < แต่ถ้าทาน 1 เดือนก็ถือว่าเป็นอาหารเสริมที่ราคาสมเหตุสมผลอยู่คือ 1,580.- 1 กล่องทานได้ 14 วัน)

แต่ก็อยากลองว่าจะเป็นยังไง เกิดมายังไม่เคยลองกันแดดแบบทานดูซักครั้ง เลยลองทานดู ปรากฏว่าคุณพระ คุณเจ้า เจ้าพระคุณทูลหัว คือว่าผลลัพธ์ที่เมย์ได้รับมันสุดแสนจะน่าพึ่งพอใจมาก ส่วนตัวรู้สึกว่ามากกว่าทานสารสกัดจากส้ม Satsuma ซะอีก เพราะว่ารอยตีนกาตรงมุมปากมันตื้นขึ้นและจางลงไปอย่างเห็นได้ชัด และเพราะตอนแรกที่ทานกันแดด SunAway นี้ไม่ได้สนใจถึงผลพลอยได้อื่นๆเลยนอกจากการอยากลองอะไรใหม่ๆ และการช่วยประหยัดเวลาในการทาครีมกันแดดเลยไม่ได้ถ่าย Before / After เก็บไว้(เสียดายมาก) แต่ยืนยันได้เลยว่าเป็นเพราะการทานกันแดด SunAway เนื่องจากช่วงที่ทานเมย์ไม่ได้เปลี่ยนครีม นวดหน้า ไปทำทรีตเมนต์ หรือไปยิ่งเลเซอร์ใดใดเลยทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคืออาหารเสริมที่ทานนี่แหละ


นอกจากนี้ภายในเดือนนี้เมย์ได้เจอเพื่อนที่นานๆจะเจอกันทีถึง 3 คน 2 ใน 3 พูดเป็นเสียงเดียวกันผิวดูออร่าขึ้น(กรี้ด > < พอบอกว่าน่าจะเพราะทานอาหารเสริมตัวนี้แหละเพื่อนก็สนใจอยากลองทานตามเลย) และ 1 ในนั้นทักว่าไปฉีดผิวมาหรือเปล่า ทำไมถึงดูขาวใสขึ้น ทั้งๆที่ช่วงบ่าย  3 บ่าย 4 เมย์จะโดดแดดตอนบ่ายเพราะออกจากบ้านจากบ้านไปเล่นฟิตเนตแทบทุกวัน ช่วงที่ทานทั้งหน้าและตัวก็ไม่ได้ทากันแดดเลย บอกตามตรงว่าปลื้มมาก ทำให้เมย์ลองนับย้อนดูว่าเราทานมาแล้วกี่วันนะ ปรากฏว่าแค่ 23 วันหรือ 3 สัปดาห์เท่านั้นเอง ช่างเป็นระยะเวลาและผลลัพธ์ที่น่าพอใจมาก


นี่ก็เข้าสู่เดือนที่ 2 ของการทานแล้ว ได้ผลที่ดีขึ้นในระยะยาวอย่างไร จะมาอัพเดทกันอีกรอบนะคะ หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วบางท่านต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกกว่านี้ มารู้จักกันแดดแบบทาน SunAway กันได้ที่นี่ค่ะ ^^


วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2558

คุยกับพ่อ

ใครที่บอกว่าในความเป็นครอบครัวนั้นต้องไม่มีความลับซึ่งกันและกันอยู่แล้วสิ ถ้าครอบครัวนั้นไม่เพอร์เฟ็คมากๆ มีความเข้าใจในตนเอง และผู้อื่นอย่างถ่องแท้ ปลูกฝังถ่ายทอดกันมารุ่นต่อรุ่นผ่าน DNA อันบริสุทธิ์ของทั้ง 2 ครอบครัว(ทางพ่อและแม่) ก็ต้องเป็นครอบครัวที่ดัดจริตมากๆ หรือไม่ก็ไร้เดียงสามากๆอย่างแน่นอนถึงสามารถพูดอะไรที่มันตื้นเขินแบบนั้นออกมาได้
ไม่ได้อยากจะพิมพ์อะไรให้สวยหรู หรือแต่งแต้มให้มันสละสลวยเกินกว่าที่ควรจะเป็นเลย แต่เราเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกมาตลอดว่าตัวเองโชคดีที่มีพ่อที่สามารถพูดคุยกันได้เหมือนเพื่อน และเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่งของเรา ยิ่งสนิทกันมากขึ้นเท่าไหร่มันก็ยิ่งตอกย้ำว่าพ่อเป็นอย่างนั้นจริงๆ
วันนี้ไม่รู้ว่าอะไรนำพาให้เรา 2 คนพูดคุยกันกันเรื่องอดีตในช่วงที่เป็นวัยรุ่น ว่าเราเคยทำอะไรผิดพลาดกันมาบ้าง ยิ่งพูดคุยกันมากขึ้น เผชิญหน้ากันมากขึ้น เรา 2 คนก็ยิ่งพบว่า ในบทบาทของความเป็นพ่อที่ต้องเป็น Role model เพื่อสะท้อนแบบอย่างที่ดีให้ลูกสาว และบทบาทของลูกสาวคนเดียวที่รู้ตัวว่าคือหนึ่งเดียวแห่งความภูมิใจของพ่อ มันทำให้เราต่างหลบซ่อนปกปิดด้านที่ไม่สมบูรณ์จากกันและกัน
เราต่างเคยเข้าใจว่า เพราะเราคือความคาดหวังของอีกฝ่าย ทำให้พอเรามีอะไรที่ต้องเผชิญ เราจะหันหน้าไปปรึกษาคนอื่นๆเสมอ ประมาณว่าเรื่องนี้ลูกกูรู้ไม่ได้แน่ๆ เช่นมีเมียน้อย ทำครอบครัวล้มละลาย ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอมลูก ตบแม่ (อันนี้ยกตัวอย่างเฉยๆนะ) หรือถ้าพ่อแล้วรู้จะสะเทือนใจมั้ยนะที่เรามีพฤติกรรมชอบไประรานคนอื่น ใช้อิทธิพลในทางมิชอบ ติดคุกมาก็ตั้ง 2 รอบแล้ว ติดยา เอออันนี้ก็แค่ยกตัวอย่างนะ ตัวอย่าง
ซึ่งอันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายนักหรอก เพราะพวกเราไม่รู้ตัว แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้กันในวันนี้มันก่อให้เกิดการตระหนักขึ้นมาได้ว่า ถ้าหากก่อนหน้านี้เรารู้ว่าเราสามารถยอมรับในตัวกันและกันได้มากมายขนาดนี้ สายสัมพันธ์ที่มันน่าจะได้ใกล้ชิดกว่านี้ อบอุ่นกว่านี้ คงไม่มีช่วงที่ลดทอนลง พ่อคงยอมเผยให้เราได้เห็นถึงด้านที่ผิดพลาดบ้าง แล้วรู้ว่าเราจะไม่ตัดสินเขา เขาจะได้ไม่ต้องทนแบกรับกับเรื่องบางเรื่องอยู่คนเดียว และเราก็จะได้รู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้นเรายังจะสามารถกลับบ้านได้เสมอโดยที่เขาไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรในตัวเราเลยซักกะติ๊ดเดียว
เพราะฉะนั้นเวลา 3 ชั่วโมงอันแสนพิเศษในวันนี้ ทำให้เรา 2 คนก้าวข้ามผ่านพรมแดนของความเป็นพ่อเป็นลูก มันปลดปล่อยให้เราต่างเป็นอิสระ เรารู้สึกว่ามันคือการพูดคุยกันถึงเรื่องการเดินทางของดวงวิญญาณ 2 ดวง มีทั้งเสียงหัวเราะ ขบขัน และน้ำตาเล็กๆแห่งความซาบซึ้งที่เรายอมเปิดเผยความจริงเพื่อเยียวยากันและกัน
เหนือสิ่งอื่นใด ขอบคุณที่ตัดสินใจร่วมหัวจมท้าย เริงระบำด้วยกับบนโลกเสมือนในชาตินี้ กับบทบาทของพ่อกับลูกสาว มันช่างซาบซึ้ง ยาวนาน และเราก็สนุกกันมากจริงๆ

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

คิดถึงลูอิส

ลูอิสเป็นเพื่อนผู้หญิงผมบลอนด์ ชาวเยอรมันอายุ 19 ระหว่างที่เจอกันลูอิสกำลังรอเรียนต่อทางด้านแพทย์ศาสตร์จิตบำบัด ลูอิสเป็นผู้หญิงที่ใส่เสื้อผ้าโทนสีเขียวแล้วขึ้นทุกเฉด สูบบุหรี่จัดเป็นนิสัยจนหลายครั้งที่นั่งใกล้ๆก็แทบจะขอจิกบุหรี่มาซักตัวแล้วสูบตาม น้ำเสียงเวลาที่ลูอิสพูดภาษาไทยว่า "สวัสดีค่ะ" นั้นเหมือน Miss Universe จากต่างประเทศที่พูดภาษาไทยไม่แข็งแรง และนั่นทำให้ลูอิสดูมีเสนห์ ช่างน่ารัก

เหตุผลหลักๆที่เรื่องราวของลูอิสที่กลับมาชัดเจนในความทรงจำเพราะเมย์กำลังคิดจะเดินทางอีกครั้ง อยากจะแชร์ความทรงจำดีๆระหว่างการเดินทางกับเพื่อนใหม่แปลกหน้าอีก และภาพตัวตนของลูอิสระหว่างที่เราอาศัยอยู่ด้วยกันก็หวนกลับมาให้นึกถึง

ลูอิสชอบซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้านมาเข้าตู้เย็นโดยคำนึงถึงจำนวนคนในบ้านและหมาแคระหน้าแรคคูนที่ชื่อดอร่าอีก 1 ตัว ลูอิสไม่สนใจหรอกว่าใครจะกินอะไรที่เธอซื้อมามากหรือน้อยขนาดไหนแต่สนว่าพวกเราทุกคนได้กินกันอย่างทั่วถึงหรือเปล่า ด้วยท่าทางที่นิ่งๆบางทีพวกเราก็ไม่รู้ว่าลูอิสคิดอะไรอยู่ แต่ลูอิสเป็นเพื่อนประเภทที่ว่าถ้าคุณคิดจะชวนไปผับแล้วไม่มีคำว่าผิดหวัง ถอดรองเท้าดิ้นหลุดโลกและตบท้ายด้วยการกระโดดสระน้ำยามค่ำคืนหลัง after party ลูอิสก็ทำมาแล้ว 

ลูอิสเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นมากกว่าที่ภาพลักษณ์อันเย็นชาของเธอ "Are you ok?" นั้นถูกเอ่ยถามขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วนระหว่างการการนั่งซ้อน Scooter ยามที่เราออกไปบุกป่าฝ่าดงค้นหาโลกใบใหม่ด้วยกัน 

ถ้าจะมีเด็กสาวอายุ 19 คนไหนสะท้อนอยู่ในภาพความทรงจำว่าชีวิตของเธอช่างทำให้เราคิดอะไรได้มากมายก็คงเป็นลูอิสนี่แหละ ทำไมเด็กสาวชาวเยอรมันถึงมีความคิดที่โต และมีการกระทำที่รับผิดชอบดีจัง ถ้าหากใครได้มองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าของลูอิส คุณจะเห็นถึงความกล้าหาญมากๆอยู่ในนั้นอีกด้วย ลูกอิสบอกว่าเมย์ดูสดใสเหมือนนกตัวเล็กๆ นั่นถือเป็นคำชมสไตล์ตะวันตกที่ฟังแล้วรู้สึกจักจี้มาก


แล้วเจอกันที่เยอรมันนีวันหนึ่งนะลูอิส นกน้อยที่สดใสตัวนี้จะบินไปหาให้ประหลาดใจเล่น คิดถึงมากๆเลย:)