หมวดหมู่

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ดูแลตัวเองแบบ Inside Out ทาน Low Carb + Fitness (ครั้งแรก ว้าวว)

ทั้งๆที่รู้ว่าการออกกำลังกายนั้นดีอย่างไร แต่สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายอย่างจริงจังเลยอย่างเมย์ ก็ไม่เคยที่จะเข้าใจถึงความสำคัญของมันหรือที่รับรู้มาว่าดีหนักหนานั้นเป็นอย่างไร แต่เมย์เชื่อนะว่าที่หลายคนที่ได้ลองออกกำลังกายเพราะถึงจุดที่รู้สึกว่าไม่ไหวจะทนกับรูปร่างแล้ว หรือไม่ไหวจะทนกับสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอแล้ว หรือไม่ไหวจะทนกับอะไรซักอย่างแล้ว จึงเลือกที่จะหันมาเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการออกกำลังกาย แล้วกระบวนการบางอย่างที่ดีขึ้นก็ได้พัฒนาจากจุดนั้น (เห็นได้จากภาพ Before After และการแชร์แนวทางการออกกำลังกายอย่างมากมายจาก Pantip)

ถ้ามันคือจุดเปลี่ยนที่ดีของใครหลายๆคน เมย์ก็ขอให้การตัดสินใจของเมย์ในครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ดีสำหรับเมย์บ้าง

ส่วนตัวแล้วสำหรับคนที่เกิดมารูปร่างสมส่วน ทานอะไรเข้าไปก็เผาผลาญได้ดี การออกกำลังกายจึงมักเป็นกิจกรรมที่รู้สึกว่าไม่จำเป็นเร่งด่วนแม้รู้ทั้งรู้ว่ามันดี แต่มันก็มีอะไรบางอย่าง เป็นบางด้านที่ไม่โอเคของชีวิต ที่เมย์รู้สึกว่ามันไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการกระทำเดิมๆของตัวเอง จากมุมมองเดิมๆ บางครั้งเมย์ก็ออกเดินทาง บางครั้งเมย์ก็อ่านหนังสือใหม่ๆ และครั้งนี้อาจจะเป็นการเลือกที่สมบุกสมบันน้อยกว่าการออกไปปีนเขาหน่อยหนึ่ง ซึ่งก็คือการออกกำลังกายและลองทางอาหารแบบ Low Carb ดูบ้าง ซึ่งจริงๆแล้วการทาน Low Carb เป็น option เสริม ไม่ใช่ไอเดียเริ่มแรก แต่ว่ามันพ่วงมากับข้อเสนอของคอร์สออกกำลังของ Fitness เปิดใหม่ที่ชื่อว่า Be Fitness ที่โครงการ One Udomsuk (โครงการนี้มีร้านอาหารที่อร่อยๆและร้านค้าที่น่าสนใจเยอะมากๆ > <)  พอดีค่ะ ก็รู้สึกว่าน่าสนใจดีเพราะไม่เคยทาน Low Carb มาก่อนเลยจึงลองดูกันซักตั้งค่ะ

กฏทอง 5 ข้อเพื่อการทาน Low Carb ให้ประสบความสำเร็จค่ะ ^^

เมย์ตัดสินใจไม่นานที่ลงคอร์สนี้ที่มีชื่อว่า Low Carb Nutrition ที่ Be Fitness ราคา 12,000.- เพราะส่วนตัวหลังจากบวก ลบ คูณ หาร แล้วรู้สึกว่าคุ้มค่ะ เพราะ 1 เลยใกล้บ้าน 2 นอกจากจะเล่น Fitness เป็นเวลา 1 เดือน พร้อมอาหาร Low Carb ติดต่อกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ เรายังได้เทรนเนอร์ส่วนตัวคอยประกบการออกกำลังกายของเราอีก 10 ครั้ง

ซึ่งอันที่จริงแล้วการมีเทรนเนอร์อาจจะไม่จำเป็นสำหรับคนที่มีเวลาศึกษาเทคนิคต่างๆในการออกกำลังกายด้วยตัวเอง แต่สำหรับเมย์ที่ไม่มีเวลามากพอจะไปโฟกัสอ่านบทความทำความเข้าใจในศาสตร์การออกกำลังกาย และการใช้เครื่องเล่นต่างๆนั้น เมย์พบว่าหลังจากที่ได้ลองใช้บริการแล้ว การมีเทรนเนอร์เป็น service ที่ตอบโจทย์สำหรับเมย์มากค่ะ เมย์ไม่รู้ว่าเทรนเนอร์ที่อื่นเป็นอย่างไร เนื่องจากไม่เคยเล่น Fitness มาก่อน แต่เมย์บอกได้เลยว่า นอกจากการออกแบบท่าเซ็ทในการออกกำลังกายเพื่อสนับสนุนรูปร่างในแบบที่เราต้องการแล้ว เทรนเนอร์ที่ Be Fitness มีส่วนช่วยในการสนับสนุนทางด้านกำลังใจเพื่อการออกกำลังกายของเมย์อย่างต่อเนื่องที่ดีมาก การที่เทรนเนอร์ประกบอยู่กับเราตลอดเวลาที่เราออกกำลังกายนั้นทำให้เมย์พบว่าเรานั้นสามารถวิ่งถึง 15 นาทีได้โดยไม่หยุดพัก หรือในช่วงแรกที่รู้สึกว่ายกน้ำหนักขึ้นไม่ไหวแล้ว เขาก็จะคอยบอกว่าเราทำได้นะ และสนับสนุนให้ทำต่อจนจบ ไม่เคยอะลุ่มอะหล่วยหากเขาเห็นว่าจริงๆแล้วเราไหว ไม่เคยใส่แนวคิดที่ว่า งั้นวันนี้พอแค่นี้ หรือเอาใหม่ในวันพรุ่งนี้นะ ซึ่งสำหรับเมย์นี่ถึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการทำให้การออกกำลังกายครั้งนี้ก้าวหน้าขึ้นเป็นอย่างมาก

น้อง Jim เทรนเนอร์ส่วนตัวที่ใจดี และช่างอดทนกับความมากสิ่งของเมย์ > <

และนี่คือหน้าตาของเมนูอาหารต่างๆที่เมย์ทานมาตลอด 6 วันนี้ค่ะ อาจจะถ่ายเก็บไว้ไม่ครบนะคะ 









จะเห็นได้ว่าส่วนมากเป็นเนื้อสัตว์ที่ทางโปรแกรมให้มาแต่ล่ะมื้อเยอะมากๆเลย ซึ่งทาง Be Fitness อธิบายให้เมย์ฟังว่าอยากให้ทุกคนที่เข้าคอร์สนี้ทานให้อิ่ม ในคอร์สลดน้ำหนักของเรานี้จะไม่มีคำว่า "อดยาก" 555 

เพราะการทาน Low Carb ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักด้วยการนับแคลอรี่ แต่เป็นการลดสัดส่วนของคาร์โบไฮเดรตลง ซึ่งคาร์โบไฮเดรตที่มาจากแป้งและน้ำตาลคือสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายอ้วนขึ้น ซึ่งสำหรับลูกค้าหลายๆท่านที่ไม่ได้เลือกคอร์สลดน้ำหนักด้วยการทาน Low Carb และการออกกำลังกายแบบเมย์ ก็สามารถน้ำหนักลดและผอมลงได้ผ่านการทาน Low Carb เพียงอย่างเดียว เพราะว่า ตามหลักการลดน้ำหนักที่ถูกต้องคือ "ํYou are what you eat." อาหารที่ทานเข้าไปส่งผลถึง 70% ของน้ำหนักตัว ส่วนการออกกำลังกายมีส่วนช่วยเพียง 30% เท่านั้น

แล้วอย่างไรจะมาอัพเดทกันอย่างล่ะเอียดอย่างเป็นทางการอีกคราวหน้านะคะว่าเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมสายวัดสัดส่วน และน้ำหนักค่ะ อาทิตย์นี้เป็นอะไรที่ใหม่มากๆสำหรับเมย์เลยไม่ได้ถ่ายรูป Before After ใดใดอย่างเป็นทางการเลย 

ส่วนใครที่อยากลองทาน Low Carb ดูกันบ้าง หรือเห็นว่ารูปรายการอาหารต่างๆที่เมย์ลงแล้วน่าทาน ลองเข้าไปดูกันได้ที่ 

https://www.facebook.com/lowcarbdiet21 

รายการอาหารทั้งหมดที่เมย์ทานมาจากที่นี่ค่ะ ( เจ้าของเดียวกันกับ Be Fitness ค่ะ)

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Review บรรยากาศการเรียนนวดหน้าเรียวกับสถาบัน Pravinia

เมื่อเดือนธ.ค. ปี 57 ที่ผ่านมา เมย์ได้ลงคอรส์เรียนนวดหน้าเรียวกับสถาบันนวดหน้าเรียว Pravinia ของพี่บี พี่สาวที่ใจดีมากๆสำหรับเมย์ หรือครูบีที่หลายๆคนรู้จักนั่นเอง เหตุผลที่แท้จริงอาจจะแปลกกว่าชาวบ้านที่เขามาเรียนกัน เพราะส่วนมากเพื่อนๆหลายๆคนที่ได้พบเจอในห้องนั้นมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่อยู่แล้วว่าจะเรียนไปเพื่อเปิดร้าน หรือไปต่อยอดจากกิจการทางด้านความงามของตัวเองที่มีอยู่ แต่สำหรับเมย์เป็นเหตุผลที่พิศดารกว่านั้นอีกนิดหนึ่งค่ะ คือเมย์ตั้งใจจะเรียนศาสตร์การนวดหน้าเรียวที่ขึ้นชื่อในการ เคาะ แก้ไข ปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย และยกกระชับ นี้เพื่อเป็นวิชาติดตัวไว้เพื่อเมื่อถึงเวลาที่เมย์ออกเดินทางอีกครั้ง วันไหนที่ตังค์หมด หรือเงินถูกขโมยไป เมย์จะได้รับจ๊อบนวดหน้าแลกเงินได้โดยที่ไม่ต้องโทรมาบอกที่บ้านว่าโอนเงินให้หนูหน่อย > _ <

เรื่องเที่ยว เรื่องใหญ่ เลยต้องมาเรียน

คิดอย่างนี้จริงๆนะคะ เพราะว่าทุกครั้งที่ออกเดินทาง เมย์จะชอบตัดสินใจไปในที่ที่อยากไปแบบกระทันหัน และไม่ค่อยพกอะไรที่อำนวยความสะดวกติดไม้ติดมือไปเท่าไหร่ เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้าแท้ๆเลย เพราะฉะนั้นหาก เรามีความสามารถติดตัวไว้ที่สามารถทำเงินได้ เช่นบางคนอาจจะเล่นมายากล หรือร้องเพลงได้เพราะ เมย์คิดว่านั่นคือทักษะการเอาตัวรอดอันน่าชื่นชมที่นักเดินทางตัวจริงต้องมี

เอาล่ะ เกรินกันมาพอดูแล้ว มาเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ ^^

บรรยากาศในช่วงเช้าวันแรก วันนั้นอากาศหนาวมาก และเมย์ก็ไม่ได้อยากตื่นเล้ยย > <

หลักสูตรนี้มีเวลาเรียนด้วยกันทั้งหมด 3 วันค่ะ ซึ่งมีทั้งทฤษฎีและปฎิบัติ โดยที่นักเรียนทุกคนจะได้ลองหัดนวดหน้าจริงทั้ง 3 วันเลย และจะมีการเปลี่ยนคู่นวด เพราะจะได้สัมผัสกับผิวหน้า และปัญหาที่แตกต่างกันไปในแต่ล่ะบุคคลค่ะ

นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาที่เป็นประโยนช์มากๆเพิ่มเข้ามา 2 ส่วนด้วยการคือ

1. วิชาว่าด้วยการบริหารธุรกิจสปา



โดยใน Session นี้ ทางสถาบันพราวีเนียได้เชิญพี่แอ็ด หรือ ครูแอ็ด อังคณา ฉัตรแก้ว มาสอน ซึ่งตัวครูแอ็ดเองได้เปิดร้านสปาของตัวเอง ซึ่งนอกเหนือจากเนื้อหาดีๆที่ครอบจักวาลเกี่ยวกับธุรกิจสปาแล้ว ครูแอ็ดได้นำประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจประเภทนี้โดยเฉพาะมาแบ่งปันแบบหมดเปลือกไม่มีกัก สอนสนุก กันเอง และเปิดโอกาสในนักเรียนซักถาม ซึ่งนักเรียนแต่ล่ะคนจะมี Background และประสบการณ์ในการทำงานที่ไ่ม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคำถามจึงค่อนข้างหลากหลายมาก แต่เมื่ออยู่ในบริบทของการดำเนินธุรกิจเพื่อการพัฒนาทางด้านสปาให้เกิดกำไรสูงสุดแล้วครูแอ็ด ก็สามารถตอบได้ชัดเจน และเป็นประโยนช์มากจริงๆค่ะ


2. วิธีการเปิดเพจ และหาลูกค้าทางออนไลน์

เนื่องจากพี่บีมีความตั้งใจว่า อยากให้นักเรียนใช้ต้นทุนในการหาลูกค้าที่ต่ำที่สุด(ในฐานะที่เราก็เป็นผู้ประกอปการคนหนึ่งเมย์สังเกตได้ว่าไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการนวดหน้าเช่นฟองน้ำ ผ้าขนหนู หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต่างๆ พี่บีจะบอกแหล่งซื้อให้กับนักเรียนทุกคนในราคาที่ถูกที่สุดเลยค่ะ) เพราะฉะนั้นนอกจากช่องทางที่แนะนำให้นักเรียนที่อาจจะยังไม่มีร้านรับนวดตามบ้านแล้ว การหาลูกค้าออนไลน์เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีใช้ต้นทุนต่ำแต่สามารถหาลูกค้าได้จริง สิ่งที่สถาบันพราวีเนียสอนก็คือเทคนิคการเปิดเพจ การโพสอย่างไรให้น่าสนใจ และการลง Ads ซึ่งในขั้นตอนนี้นักเรียนที่มาเรียนก็ต้องนำโน๊ตบุ๊คหรือ Ipad มาด้วยค่ะ

อันที่จริงก่อนหน้าที่เมย์จะเข้ามาเรียนนั้น เมย์ก็เชื่ออยู่แล้วนะคะ ว่าการปั้นหน้าด้วยมือเปล่าเป็นสิ่งที่ทำได้จริง(เป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อในศาสตร์แพทย์ทางเลือกค่ะ) แต้พอมาเรียนก็ทำให้เข้าใจถึงที่มาที่ไปว่าทำไมมันถึงเรียวลง อธิบายง่ายๆได้อย่างนี้ค่ะคือ

การนวดหน้ามันก็ศาสตร์การออกกำลังกายใบหน้าอย่างหนึ่ง เพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆบนใบหน้าแข็งแรงขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และเมื่อมีการนวดอย่างสม่ำเสมอเช่น 2 ครั้ง / อาทิตย์ ก็เปรียบประหนึ่งการเผาผลาญไขมันบนใบหน้าให้สลายหายไป และนั่นก็คือสาเหตุหลักที่ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กขึ้น ดูอ่อนกว่าวัยขึ้นนั่นเองค่ะ

ที่สำคัญในศาสตร์นี่พอนวดเสร็จแล้ว นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีในการการรีดน้ำเหลือง เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการนวด ซึ่งการรีดน้ำเหลืออย่างถูกต้องนี้คือเคล็ดลับของผิวที่สดใสเปล่งปลั่งประหนึ่งได้ผิวใหม่ และการช่วยกระชับรูขุมขนค่ะ


อีกส่วนหนึ่งที่เมย์ค่อนข้างประทับใจในการเรียนการสอนตลอด 3 วันนี้คือความทุ่มเทของคุณครูทุกท่านค่ะ เพราะตอนที่ได้ลงมือนวดหน้าของเพื่อนในห้องจริง คุณครูแต่ล่ะท่านคอยสังเกตพวกเราแต่ล่ะคู่อย่างล่ะเอียดว่าเรานวดผิด หรือวางมือไม่ตรงตำแหน่งยังไง คุณครูก็จะเข้ามาแนะนำ ทำเป็นตัวอย่าง และแก้ไขให้ถูกต้องค่ะ

นอกจากนี้เหล่าคุณครูทั้งหลายยังสอนได้สนุก เรียกได้ว่าคอย Entertain นักเรียนแทบจะตลอดเวลา จนหลากครั้งก็เริ่มสงสัยว่ามีอาชีพก่อนหน้านี้เป็น Entertainer กันหรือเปล่า และนั่นก็เป็นอีกข้อดีที่ทำให้นักเรียนและครู กับนักเรียนระหว่างนักเรียนอย่างพวกเรารู้สึกสนิทกันเร็วขึ้นเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันค่ะ ^^ 

ลงมือทำ Workshop กันอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้ศึกษาเคล็ดวิชานี้มาอย่างถ่องแท้ด้วยตัวเอง 3 วัน เมย์คิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักเรียนคือการกลับไปฝึกมือและพลิกแพลงท่านวดที่ได้เรียนมาในห้องไปปรับใช้กับใบหน้าและปัญหาของลูกค้าแต่ล่ะท่าน โดยเริ่มจากใบหน้าของคนใกล้ตัวก่อนก็ดีค่ะ ยังไม่ต้องไปพูดถึงในแง่ของรายได้เลย เพราะถ้าไม่ฝึกแล้ว ปาฎิหารย์จากปลายนิ้วเราก็จักบังเกิดขึ้นมิได้เลยนะคะ

ตาตัวเองเป็นคนถูกนวดสบายที่สุดเลย 

และเมย์คิดว่าพี่บีเองก็คงเห็นถึงความสำคัญในจุดนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงอนุญาตินักเรียนเก่าของพราวีเนียที่เรียนไปแล้ว แต่รู้สึกยังไม่มั่นใจ หรืออยากกลับมาทบทวนก็ยังสามารถกลับมาเรียนซ้ำได้โดยไม่จำกัดครั้งแบบไม่หวงวิชาเลยอีกด้วยค่ะ

ได้มาแล้วว กรี้ดร้องงง > ___ <

และแล้วไม่มีอะไรเกินกว่าความพยายามค่ะ เมย์ก็ได้มาซึ่ง Certificate แน่นอนว่านักเรียนทุกคนที่เรียนครบทั้ง 3 วันก็จะได้รับเช่นกัน

P'B & May

สำหรับผลงานนวดหน้าเรียว เพื่อนๆสามารถดู Before & After อันหลากหลายได้เพิ่มเติมที่นี่ค่ะ ^^

P.S. AEC จะเปิดแล้ว ทางสถาบันพราวีเนียเองก็มีคอร์ส English for Spa ด้วยนะคะ เมย์ว่าน่าสนใจมาก ลองสอบถามได้ที่ Contact บนเว็บไซด์ของสถาบันพราวีเนียได้เลยค่ะ