หมวดหมู่

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

อวดผิวแบบบ้านๆ: 18 July 15


หน้าสด + No filter ช่วงนี้ผิวหน้าดีเลยอยากอวด ไม่ได้ใช้อะไรแยะเลย(พอดีบ่อค่อยมีตังค์ ช่วงนี้ต้องประหยัด เพราะเลี้ยงป้อจาย บ้า ไม่จริงย่ะ!) เลเซอร์ก็บ่อได้ยิง ดีขึ้นเพราะสกินแคร์กะอาหารเสริมล้วนๆ ใช้เท่านี้ เด้อค่ะเด้อ
จากซ้ายไปขวา
1. Soda Spa Foam: Carbonated Spring หรือนโฟมที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผสมอยู่ ช่วยดีท็อก เติมออกซิเจนให้กับผิว กระตุ้นโลหิต ในกลุ่มสาวญี่ปุ่น และเมืองลอดช่องฮิตมาก เป็นสินค้านวัตกรรมที่ประเทศมีการศึกษายอมรับ ข่อยก็พึ่งได้ฮู้จัก ใช้หลังล้างหน้า วิธีใช้ก็เขย่าๆแล้วบีบออกมาเป็นโฟม เนื้อโฟมนุ่มนัก ปาดละเลงลงบนหน้า จากนั้นก็ใช้นิ้ววนๆเป็นวลกลมให้ทั่วหน้า จะรู้สึกอุ่นๆเย็นๆ เอ๊ะยังไง แต่รู้สึกสลับกันอย่างนี้จริงๆ ใช้อาทิตย์ล่ะครั้ง วันไหนที่ใช้จะรู้สึกดีมากกกก เวลาทาครีมลงไปหลังมาร์คหน้าเสร็จ ครีมซึมลงผิวได้ดีมาก เวลาทารองพื้นตามนี่เนียนกริบ Happy มากๆ
2. Dione Bio-Skin Serum ชอบตรงส่วนผสมที่แพง(สเต็มเซลล์จากเซลล์ต้นกำเนินพืช 5 ชนิด) เวลาใช้แล้วรู้สึกคู่ควร ‪#‎ความรู้สึกเคารพและนับถือตัวเองเพิ่มขึ้นในบันดล‬ และความซึมซาบลงผิวระดับ 10 คือแทบไม่ต้องรอเลย เหมาะกับคนที่ตื่นสายบ่อยๆ และมีเวลาแต่งตัวที่จำกัดมากกก เวลาหน้าเป็นรอยจากสิวอักเสบที่แกะมา ย้ำที่แกะ ถ้าไม่อยากเสียตังค์ไปยิงเลเซอร์ลบรอยดำ ใช้ตัวนี้ประมาณ 1 เดือนถึงเดือนครึ่งรอยดำก็จางลงอย่างเห็นได้ชัดแล้วค่ะ(ขึ้นอยู่กับอายุด้วยแหละ I am 30 Oops upset emoticon‪#‎เหยียบไว้‬)
3. Clear Nose ซื้อมาใช้เพราะอยากเลิกนิสัยกดสิวเสี้ยนด้วยตัวเอง คิดดูนะว่ากดทีหนึ่งเส้นเลือดฝอยแตกกระจายทีหนึ่ง ผิวก็จะแดงๆ ยิ่งอายุมากขึ้น รอยมันก็ยิงหายช้าลง มันแซดอ่ะ ใครที่มาถึงวัยนี้แล้วคงรู้ เลยจำเป็นเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองอย่างเร่งด่วน สำหรับตัวนี้พึ่งมาค้นพบวิธีที่ใช้แล้วโอในการการใช้ครั้งที่ 3 คือล้างหน้าด้วยโฟมและน้ำอุ่น จากนั้นก็ใช้ตัวที่เป็นน้ำใสๆที่มากับเซ็ทละเลงให้ทั่วจมูกแบบไม่ต้องไปเสียดาย(คนที่ผิวแพ้ง่ายอาจต้องพิจรณาว่าจะเอาเป็นเยี่ยงย่างดีไหม) นับ 1 - 30 จากนั้นก็จัดการลงมาร์คสีดำและแปะแผ่นลอกสิวเสี้ยน อ่านการ์ตูนเพลินๆรอซัก 15 นาที พร้อมเป่าพัดลมไปด้วย ดึงออกมานะโอโห้ จะรู้สึกว่าไม่เสียดายตังค์ที่ซื้อเลย แต่ก่อนจะค้นพบเทคนิคนี้รู้สึกเสียดายตังค์สุดๆ เพราะดึงออกมาแล้วรู้สึกว่าสิวเสี้ยนไม่ค่อยออก ก็โอเคช่วงนี้รอยแดงที่จมูกที่เกิดจากการที่เส้นเลือดฝอยแตกเริ่มดีขึ้นแล้ว smile emoticon
4. Neutrogena Oil-Free Acne Wash เป็นสครับที่กลิ่นหอมเหมือนกลิ่นองุ่น ดังมากที่เมืองนอกและที่เมืองไทย ทางแบรนด์ยังไม่นำเข้ามา นี่ซื้อมาจากร้านของเพื่อนเลิฟในเน็ต เพื่อนเลิฟบอกว่ามันอ่อนโยนนะ เราใช้ทุกวัน ก็เชื่อเพื่อน ใช้ทุกวันเหมือนกัน ชอบความรู้สึกหลังล้างหน้าเพราะหน้าจะลื่นนิดๆ ให้ความรู้สึกผิวสะอาดแบบชุ่มชื้นๆ เม็ดสครับไม่บาดผิวจริงๆด้วย เพียงแต่ถ้าวันไหนมีสิวก็จะเลี่ยงใช้บริเวณนั้นเพื่อไม่เป็นการรบกวนผิวจนเกินไป
5. SunAway กันแดดแบบทาน กินทุกวันหลังตื่นนอนไ่ม่ว่าวันนั้นจะออกแดดหรือไม่ เพราะส่วนผสมของมันมีสารAstaxanthin ที่ต้านอนุมูลอิสระที่สูงที่สุดในโลก(*700 ดอก) อยู่ด้วย ตอบโจทย์คนที่อยากดูแก่ให้ช้าที่สุดเท่าที่จะหาวิธีใด้(ภายใต้งบที่จำกัด) ได้เป็นอย่างดี ส่วนประสิทธิภาพในการกันแดดนั้นสามารถกันได้จริง ออกแดดแล้วผิวไม่คล้ำลงตามที่ผลงานวิจัยยืนยัน และข้าเจ้าคิดว่าการที่ข้าเจ้าทานต่อเนื่องมา 3 เดือน ที่มาแห่งรังสีออร่ากระจายที่ใครเจอ ใครก็ทัก คือผลพลอยได้ที่ค่อนข้างพอใจ(ลึกๆคือรู้สึกพอใจอย่างเปี่ยมล้น)
หมดแล้วเคอะ อ้อจริงๆมีครีมที่ใช้ทาหลังทาเซรั่มอยู่ แต่ด้วยความที่เป็นช่วงเปลี่ยนครีมไปเรื่อยเลยไม่อยากนำมาพูดถึงเพราะไม่ได้ใช้ประจำจริงๆ มาถึงตรงนี้อยากสรุปว่าสินค้านอกกระแสดีๆยังมีอีกมาก ดีใจที่มีผู้ที่คิดค้นผลิตหรือนำเข้าอะไรใหม่ๆออกสู่ท้องตลาดให้ผู้หญิงอย่างเราๆมีตัวเลือกมากขึ้น 
ซึ่งแต่ล่ะคนก็มีเงือนไขในการจับจ่ายใช้สอยที่แตกต่างกัน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือความสวย 5555 วันนี้ก็ขอจบการรีวิวแบบเพื่อนๆแต่เพียงเท่านี้ค่ะ
----------------------------------------------
ช่วงบอกพิกัดแหล่งซื้อพร้อม Tri-in เนียนๆ(แต่ใช้จริง)
Neutrogena Oil-Free Acne Wash: WeareTanskin.com
Soda Spa Foam, Dione Bio-Skin, SunAway: Suay360 ให้คุณสวยทุกมุมมองแบบ 360 องศา
Clear Nose: ร้าน Boots, Watsan หรือ Clearnose
บรั๊ยยย

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Review Skin Care ที่น่าสนใจจาก Puntip Clinic

เมื่อช่วงใกล้ๆสิ้นปี 2014 เมย์มีปัญหาสิวเสี้ยน รูขุมขนกว้าง และรอยแดงที่เกิดจากเส้นเลือดฝอย ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าจะไปหาคุณหมอผิวเพราะรู้สึกว่าตัวเองนั้นเอาอยู่ อาจจะเพราะว่าที่ผ่านมาตั้งแต่เล็กจนโตผิวหน้าของเราไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก ไม่เคยต้องเข้าคลินิกความงามมาก่อนเลย แต่บอกตรงๆว่าช่วงนั้นจิตตกมาก เพราะเมื่อส่องกระจกใกล้ๆจะเห็นสิวเสี้ยนที่เยอะอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และพอกดออกเองก็กลายเป็นรู ซึ่งถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อน รูที่เกิดจากการกดสิวจะค่อยๆลดขนาดลงเอง และหายไปในที่สุด แต่ ณ ตอนนั้น 1 วันก็แล้ว 2 วันก็แล้ว มันก็ยังเห็นว่าเป็นรูอยู่ > <



คือเครียดพอสมควรค่ะสำหรับคนที่ไม่เคยมีปัญหาผิวหน้ามาก่อนเลย เมย์ก็พอจะทำความเข้าใจได้ว่าคอลาเจนใต้ผิวของเราคงเสื่อมลงไปตามอายุที่มากขึ้น กัลวลอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจว่าจะไปพบคุณหมอรักษาผิวหน้าที่ไหนซักแห่งนี่แหละ ก็ลองหาข้อมูลของแต่ล่ะที่และโทรไปสอบถามดู อันที่จริงต้องบอกว่าได้โทรไปถามหลายๆคลินิคชื่อดังที่มี Review ค่อนข้างเยอะและมีหลายๆสาขา ซึ่งแม้จะเป็นคลีนิคในเครือเดียวกัน แต่ล่ะสาขาก็ให้แนะนำแนวทางการรักษาและใช้เครื่องมือที่แตกต่างกัน สำหรับเมย์แล้วข้อมูลนี้ทำให้เมย์สับสนและไม่กล้าตัดสินใจค่ะ และท้ายที่สุดถามไปถามมาเมย์ก็ตกลงปลงใจเลือกไปรักษาที่ Puntip Clinic ที่ J Avenue ทองหล่อ 13 ด้วยเหตุผลว่าพอลองโทรไปปรึกษาแนวทางรักษาแล้วพบว่าทางคลีนิกตอบคำถามเมย์ได้ดี และตอบตรงกันทุกครั้งที่โทรไป แม้จะเป็นพนักงานคนล่ะคนรับสาย(โทรไปไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งใน 1 อาทิตย์ค่ะ) 

นอกจากนี้พอเดินทางไปพบคุณหมอ เมย์ก็ประทับใจคุณหมอเกด คุณหมอเกดให้คำแนะนำ ใสใจ ตอบข้อคำถามของเมย์ได้อย่างมีทีมาที่ไป และให้เกียรติลูกค้ามากๆ นอกจากนี้ยังพบว่าทางคลินิกมีการใช้เทคโนโลยีและเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย(สำหรับเมย์ อันนี้สำคัญมาก)และมี Skincare ที่มีสารสกัดที่น่าสนใจในการดูแลรักษาค่ะ 


มาดูส่วนผสมหลักของ Skin Care Set นี้กันค่ะ

Vitamin C ส่วนผสมที่เป็นเบสที่ดีของ Skincare ช่วยช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวหนัง ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น และลดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีผิว จึงเป็นการลดจุดด่างดำจากสิวไปในตัว และรอยสิวต่างๆได้ และเนื่องจากวิตามินซีนั้นช่วยให้ร่ายกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้รอยแดงที่เกิดจากเส้นเลือดฝอยจางลง

Arbutin ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดสีเมลานินน้อยลง ดังนั้นจึงจัดเป็นสารสกัดกลุ่ม Whitening ที่ใช้แล้วเห็นผลมากว่าผิวขาวขึ้น จุดด่างดำจางลง ที่สำคัญปลอดภัยกว่าสารไฮโดรคิวโนน(ที่ใช้แล้วเห็นผลได้ใกล้เคียงกันแต่อันตรายกว่า) จึงไม่อยู่ในกลุ่มสารเคมีที่ต้องมีการควบคุม และมักเป็นส่วนผสมหลักที่มีอยู่ในครีมบำรุงเคาเตอร์แบรนด์

Astaxanthin พิเศษสุด สารสกัดตัวนี้เป็นอะไรที่ปลื้มมากค่ะ เพราะถือเป็นสุดยอดสารสกัดที่ช่วยในการชะลอวัยที่ดีที่สุดในปัจจุปัน(ปีนี้เมย์อายุ 29 แล้วค่ะ > <) เนื่องจากมีคุณสมบัติสูงกว่า Vitamin C ถึง 6,000 เท่า, Vitamin E 550 เท่า และมากกว่า Coenzyme Q10 ถึง 800 เท่า ซึ่งปัจจุปันมีทั้งสกัดมาในรูปแบบของเซรั่ม ครีม และอาหารเสริม ที่แม้โมเลกุลของ Astaxanthin นั้นจะใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับ Vitamin C แต่ก็สามารถซึมไปใช้ในการบำรุงผิวได้ดีกว่า

การซึมเข้าผิวหนังของสารสกัดจาก Astaxanthin ซึมลงผิวได้ลึกกว่า Vitamin C

Derma Active Blanc Vital 1 Serum และ Derma Active Blanc Vital 2 Serum



ความแตกต่างกันของเซรั่มทั้ง 2 ตัวนี้คือ

เซรั่มทั้ง 2 ตัวให้ความรู้สึกเหมือนกันค่ะ คือสัมผัสเหมือนน้ำเปล่า ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่หนืด เวลาที่เมย์ใช้ก็จะกดเพียงแค่หนึ่งปั้ม นำมาวอร์มบนฝ่ามือแล้วใช้วิธีตบเบาๆที่ใบหน้าและลำคอค่ะ โดยเริ่มจาก Derma Active Blanc Vital 1 Serum และตามด้วย Derma Active Blanc Vital 2 Serum

ความรู้สึกทันทีหลังใช้: เนื้อเซรั่มซึมค่อนข้างเร็วค่ะ

Derma Gentle Sun Protection SPF 100 PA+++


เป็นกันแดดค่า SPF 100 PA+++ ที่เคยใช้เป็นครั้งแรก เป็นกันแดดเนื้อมูสบางเบา เนื้อของกันแดดเป็นสีครีมอ่อนๆ ไม่มีกลิ่น ทาแล้วกลืนไปกับในหน้า ให้ความรู้สึกเหมือนทาเบสค่ะ

ความรู้สึกทันทีหลังใช้: ทาแล้วหน้าไม่มัน และเนียนไปกับผิวหน้า


Tip สำหรับการเลือกกันแดดที่ดี

ค่า SPF 15 = ปกป้อง15 เท่าของค่าปกติ เพราะฉะนั้น 15 X 15 = 225 นาที หรือ 3 ชั่วโมง 45 นาที 

ถ้า SPF 100 ปกป้อง 100 เท่าของค่าปกติ จะเท่ากับ 100 x 15 = 1,500 นาที หรือ  25 ชม นั่นเอง.

ที่สำคัญสำหรับครีมกันแดด ค่า PA หรือ Protection Grade of UV A คือค่าที่แสดงถึงระดับในการป้องกันรังสี UV A ซึ่งเป็นรังสีที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระและเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง 

ประสิทธิภาพของการป้องกันดูได้ด้วยเครื่องหมาย + โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ


PA+  = ปกป้อง UV A ได้ 4 เท่า

PA++ = ปกป้อง UV A ได้ 4 - 8 เท่า 

* ค่าสูงสุดที่ PA+++ ปกป้อง UV A ได้มากกว่า 8 เท่า


สำหรับผู้ที่กัลวลว่าค่า SPF ที่สูงเกินไปนั้นจะมีผลเสียต่อผิวหรือเปล่า คุณหมอเกดอธิบายให้ฟังว่า


"ครีมกันแดดของเราใส่ Stem cell เข้าไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ผิวทนแดดได้มากขึ้น SPF เลยสูงขึ้น โดยไม่ได้เพิ่มสารเคมีใดๆเข้าไปเลยค่ะ กันแดดชนิดนี้แราศจาก Chemical Sunscreen ค่ะ รับรองไม่แพ้ ปลอดภัยสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายค่ะ"

Pitera Night Detox

เป็น Sleeping Mark มีกลิ่นหอมนิดหน่อย เนื้อคล้ายๆครีมบำรุงผิว ทาแล้วรู้สึกว่าซึมเข้าไปที่ผิว ไม่เหมือน Sleeping Mark สไตล์เกาหลีที่ทาแล้วเนื้อจะชุ่มๆบนใบหน้าเหมือนฟิลม์เคลือบผิวอีกชั้นค่ะ Pitera Night Detox สำหรับตัวคุณหมอแนะนำให้ใช้อาทิตย์ล่ะ 1 ครั้ง หรือสำหรับผู้ที่ติดใจคืนเว้นคืนเลยก็ยังได้

ความรู้สึกทันทีหลังใช้: เหมือนทาครีมที่เข้มข้นกว่าปกติเล็กน้อย แต่หน้าไม่มัน


นอกจากนี้คุณหมอเกดยังดูแลผิวให้เซเลปบ้านเราอีกมากมาย เท่าที่เคยเห็นก็มีพี่โดม คุณนิโคล น้องแพ็ตตี้ค่ะ สำหรับใครที่สนใจอยากถอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการต่างๆของพรรณทิพย์คลีนิคติดต่อได้ที่นี่ค่ะ

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หกล้มตรงบันไดที่รถไฟฟ้าครั้งแรก


วันนี้บอกกับตัวเองว่า ไม่น่าใช้บันไดแทนบันไดเลื่อนเลย มาคลั่งการใช้พลังงานของร่างกายอะไรตอนนี้!

คนอะไรวิ่งขึ้นไปได้ไม่เกิน 5 ก้าวดันก้าวพลาดแล้วก็ล้มลงท่าจับกบเข่ากับคางกระแทกพื้นตรงขั้นบันไดได้ใจเหลือเกิน ความคิดแรกหลังได้สติจากการเจ็บตัวคือ 

1. ดีนะที่ไม่มีใครเห็น 
2. กระเป๋าตรูจะเป็นรอยไหมนี่(ลมทับกระเป่า พอตรวจดูแล้วไม่รอยใดใด โล่งอกมากถึงมาที่สุด) 

ตอนแรกก็ว่าจะรีบไปต่อแล้วแต่ว่ามันก็เจ็บ ถึงเลือดไม่ออกก็จริงแต่ก็กัลวลว่าถ้าไม่ประคบเย็นมันอาจจะเกิดรอยฟกช้ำได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นก็เลยเดินไปบอกพี่ยามในสถานีว่าพึ่งหกล้มตรงตกบันไดมา ขอใช้ห้องพยาบาลหน่อย และจากนั้นมหกรรมพะเน้าพนอผู้โดยสารที่ซุ่มซ่ามก็เกิดขึ้

เมื่อถึงห้องพยาบาล แม่บ้านประจำสถานีก็ปรี่เข้ามาเสิร์ฟน้ำ ทั้งพนักงาน แม่บ้าน และยามต่างมะรุมมะตุ้มปฐมพยาบาลและสอบถามรายละเอียดว่าตกบันไดได้ยังไง มาจากสถานีไหน แล้วจะไปไหน แล้วก็ลงบันทึกกันอย่างขมักขเม้น และคะยั้นคะยอให้นอนพักบนเตียงซักครู่ อดรู้สึกไม่ได้เลยว่า ทุกคนช่างใส่ใจผู้โดยสารกันจังเลย บริการหลังการเจ็บตัวได้ดี้ดี แม้แต่พี่ยามที่ผิวกร่ำแดด บุคลิกขึ้งขังยังมีสายตาที่เป็นห่วงในขณะที่ปฎิบัติภาระกิจบันทึกเวลาตกบันไดของผู้โดยสารเลย

สังเกตได้ว่า ทุกคนดูรับมือกับคนเจ็บได้อย่างเป็นระบบมาก ก็เลยถามไปว่าปกติมีผู้โดยสารที่ต้องใช้ห้องพยาบาลบ่อยไหม และจากสาเหตอะไรกันบ้าง 


ก็ตลกดีที่ได้รู้ว่า สาเหตุอันดับ 1 ของการบาดเจ็บจนต้องใช้ห้องห้องพยาบาลประจำสถานีนี้มาจากการตกบันไดในระหว่างที่เล่น Smart phone และอันดับ 2 ที่ตามมาติดๆคือการเป็นลมล้มพับบนสถานีในวันที่อากาศร้อนมากๆ 

ก็นะ ฟังดูแล้วมันเป็นข้อมูลที่บ่งบอกอะไรได้มากมายพอดูอยู่เหมือนกัน เหมือนบอกกลายๆว่ามาจากผลกระทบทางตรงและทางอ้อมที่มาจากความควายของมนุษย์ในการใช้เทคโนโลยีที่ตัวเองสร้างได้อย่างสร้างสรรใช่เล่น

สรุปว่างานนี้ไม่ได้เจ็บตัวฟรีแต่ได้ข้อมูลอะไรบางอย่างมาขบคิดและแชร์ต่อใช่ไหม ตกลงว่าถูกกำหนดให้ต้องตกบันไดสินะ!

ป.ล. ถ้ารูปน่าหมั่นไส้ไปนิดต้องขออภัย แม่บ้านมองอยู่ตลอดตอนถ่ายด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจ เกร็งมากกว่าจะถ่ายได้

ป.ล. 2 ขอบคุณความใส่ใจและการปฐมพยาบาลที่ดีจากพนักงานรถไฟฟ้าทุกคนของสถานีวงเวียญใหญ่ ดูแลกันดีมากจริงๆ ขอบคุณค่ะ 
 

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

มิตรภาพของ Carol & I

Today uncommon dialog with my American friend who I met last year.
แครอล: สวัสดี
I: หวัดดี แครอล นี่เมย์นะ
แครอล: โอ้ เมย์ ไม่ได้ยินเสียงเธอตั้งนานแน่ะ สาวน้อย
I: นี่จำเราได้ทันทีเลยเหรอ ปีหนึ่งรับคนมาอยู่ด้วยตั้งกี่คน
แครอล: ใช่ มีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละในความทรงจำ

และทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหมาเห่า

I: เฮ้ นั่นดอร่าใช่ไหม!
แครอล: ใช่ ดอร่า ดอร่าเมย์โทรมาหาเราแน่ะ
I: ดอร่าเป็นยังไงบ้าง
แครอล: สบายดี
I: แล้วเด็กแฝดล่ะ(ชูการ์ไรเดอร์ 2 ตัวที่อยู่ในห้องนอน)
แครอล: เหมือนเดิม!
I: นั่นถือเป็นคำตอบที่ดีมากเลยนะ
แครอล: ช่าย
I: แล้วเธอสบายดีหรือเปล่า
แครอล: มากเฉกเช่นเคย ว่าแต่เธอเถอะ
I: ไม่เชิง มีอะไรที่เปลี่ยนไปเยอะเลย ว่าแต่คิดถึงจังเลยแครอล
แครอล: ฉันก็เหมือนกัน
I: คืออย่างนี้นะแครอล วันนี้เราบังเอิญได้เข้าไปดู Profile ของเธอใน CS มาแล้วก็อดแปลกใจว่าทำไม References ที่ได้รับจากเหล่า Surfers ของเธอถึงหยุดการอัพเดทตั้งแต่เดือนเมษา ทั้งๆที่เธอน่ะไม่เคยปล่อยให้บ้านว่างจากคนแปลกหน้าตั้งแต่ปี 93 เลยนี่นา เราเลยสงสัยว่าเธออาจจะไม่สบาย หรือถูกใครก่อเหตุฆาตกรรมไปหรือเปล่า นั่นคือเหตุผลที่เราโทรมา
แครอล: โอ้ พอดีตอนนี้ฉันรับคนจาก Workaway มากกว่า เพราะอยากได้คนที่อยู่นานๆแล้วช่วยงานที่บ้านด้วยน่ะ เลยไม่ค่อยได้ตอบรับคนจาก CS เท่าไหร่น นั่นคือที่มาว่าทำไม References จาก CS ถึงไม่กระดิกไง
หลังจากนั้นก็เป็นการถามไถ่กันเรื่องสัพเพเหระ ลึกๆก็ดีใจมากที่แครอลยังมีชีวิตอยู่ ด้วยความที่ก่อนหน้านี้ที่เป็นกัลวลว่าอาจจะไม่ได้คุยกันอีกแล้ว เลยฉวยโอกาสที่กำลังพูดคุยกันอยู่นี้ตัดสินใจสารภาพอะไรบางอย่างที่แครอลไม่เคยรู้ออกไป
I: แครอลเหตุผลที่เคยบอกตอนขอไปอยู่ด้วยว่าจะไปดูบ้านที่เชียงใหม่น่ะ จริงๆแล้วตอนนั้นเราบอกไม่หมดนะ ความจริงก็คือเราอยากจะหนีจากอะไรบางอย่างจากที่นีด้วยต่างหาก
แครอล: โอ้ เธอนี่มีเบื้องหลังมากกว่าที่เคยเข้าใจอีกสินะ ขอเดาว่าเรื่องที่ทำให้เธอหนีมานั้นเกี่ยวกับผู้ชาย!
I: ม่ายช่ายย มันเกี่ยวกับเรื่องงาน เรื่องการสูญเสียความเชื่อ และตัวตนของตัวเองไปชั่วขณะต่างหาก แล้วเธอรู้ไหมว่ามีอีกตั้งหลายต่อหลายครั้งที่เรากลับมาแล้วก็ต้องเจอะเจอความท้าทายชุดใหม่ๆที่แน่นอนว่าก็อยากจะหนีอีกครั้ง เออนี่ไม่ได้ตั้งใจจะโทรมาเพื่อเล่าเรื่องเครียดๆให้ฟังหรอกนะ แต่..
แครอล: กลับมาสิ เมื่อไหร่เมื่อนั้น ห้องที่เธอเคยนอนก็ยังว่างอยู่เสมอ รู้ไหมว่าฉันคิดถึงเธอ อยากให้เธอกลับมา ฉันอยากจะฟังเรื่องราวในชีวิตของเธอนะ
จากนั้นระหว่างเราก็มีปกคลุมไปด้วยความเงียบชั่วขณะ แครอลนี่เป็นคนประเภทไหนกันนะ นอกจากจะไม่เชียร์ให้เผชิญหน้ากับปัญหาแล้ว ยังสนับสนุนให้หนีซบซานกลับมาอีกด้วย สำหรับคนแปลกหน้าที่เคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันช่วงหนึ่ง คำเชิญที่บอกว่าให้หนีกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ช่างเป็นคำตอบที่อบอุ่น กินใจ และหักมุมในแบบที่ไม่คิดว่าจะได้ยินเลยจริงๆ
ท้ายที่สุดแล้ว บอกได้เลยว่ารอบนี้ไม่มีการเก็บเสื้อผ้าแล้วหอบโน๊ตบุ๊คหนีไปแบบเดิมแน่ๆ แต่มันดีนะที่เรารู้ว่าเรายังมีที่ให้ได้กลับไปเสมอ และมีคนรอฟังเรื่องราวของเรา โดยมันไม่สำคัญเลยซักกะนิดว่าคนคนนั้นจำเป็นต้องคนในครอบครัวของเราหรือเปล่า ตราบใดที่เรายังมีบ้านให้กลับ
"และนั่นคือบ้านของเรา"
แครอล คุณป้าชาวอเมริกัน ที่ปีนี้ก็ปาเข้าไป 65 ซึ่งยังคงมีความสุขกับการต้อนรับคนแปลกหน้า(ที่บางครั้งก็เป็นเด็กเหลือขออย่างเรา) มาซุกหัวนอนในบ้านหลังงามด้วยกันมักจะบอกไว้แบบนั้น

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

The Land Before Time: ก่อนกำเนิด SUAY360 2

 ทำส่วนที่เป็นคำถามที่ถูกถามบ่อย 

เบื้องต้นเลยก็ไม่มีอะไรมาก แค่ลองนึกดูว่าถ้าเราเป็นลูกค้า สนใจจะซื้อสินค้าอะไรซักอย่างในร้านของเรา นอกจากราคาแล้ว ยังมีแง่มุมไหนของสินค้าตัวนั้นๆบ้างที่ เราอยากรู้ ลอง list ออกมาเป็นข้อๆ ก็จะเริ่มได้ชุด คำถาม - คำตอบ ของคำถามที่พบบ่อยแล้ว :)  

แต่ความสนุกในการเล่นสมมุติว่าเราเป็นลูกค้ามันไม่ได้มีให้ค้นหาอยู่แค่นั้น เพราะในความเป็นจริงระหว่างขั้นตอนการซื้อขายนั้น เราจะพบว่าบ่อยครั้งเลยที่คำถามเกี่ยวกับตัวสินค้าที่ลูกค้าถามเรา ก็ไม่เป็นคำถามที่มีอยู่ในคำถามที่พบบ่อยในหน้าของ salepage เนื่องจาก concern ของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน

Tip คือเมย์ก็ค่อยๆหยิบยกจากตรงนี้แหละไปปรับแต่งเนื้อหาใน salepage ของเราให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

แต่บ่อยครั้งอีกเช่นกันที่พบว่าหลายๆคำถามนั้นเราได้เขียนอธิบายบอกไว้อย่างละเอียดแล้วแต่ลูกค้าไม่อ่าน ก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงเขาก็เป็นผู้มีอุปการะคุณของเรา > < 

ตัวอย่างคำถามที่ถูกถามบ่อยๆ

เรียงลำดับคำถามตามสถานกาณ์จริง ที่ลูกค้าถามระหว่างการซื้อขาย ซึ่งเราจะพบได้ว่าบางคำถามก็อาจจะไม่มีเขียนถึงในหน้าของ salepage ของเรา ก็สามารถนำไปเข้าเพิ่มได้เลยตามความเหมาะสม




คำถามเกี่ยวกับสรรพคุณของสินค้า


คำถามเกี่ยวกับขนาดหรือปริมาณของสินค้า 
เช่นแชมพูขวดนี้มีปริมาณกี่ Ml, อาหารเสริมกล่องนี้มีกี่ Capsule 


คำถาม Classic ของผู้บริโภค


คำถาม วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต และหมดอายุ


100 ทั้ง 100 ถ้าคุยมาถึงตรงนี้จะถาม Promotion

Tip สำหรับลูกค้าที่ถามว่าช่วงนี้มี Promotion อะไร ส่วนมากมักจะไม่ได้ได้อ่าน Promotion ที่มีอยู่ทางหน้าเว็บไซด์ หรือบางทีสินค้าตัวที่เขาสอบถามยังไม่ได้จัด Promotion แต่ในฐานะร้านค้า การที่เรา Be flexible เข้าไว้ แนะนำให้เราลองวิเคราะห์ลูกค้า และลอง Offer Promotion ที่สอดคล้องกับความต้องการของเขาได้ ก็จะทำให้ซื้อง่ายขายคล่องขึ้น

จากคำถามนี้ เมย์ก็เข้าไปปรับ Promotion ให้สอดคล้องตามสภาพเศรษฐกิจ หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปแตะเลยมา 2 ปีแล้ว บ้าจริง :P


คำถามนี้ชอบมาก ตอบปุ๊บปิดการขายปั๊บ
สามารถยกมาเขียนที่หน้าขั้นตอนการสั่งซื้อบนเว็บได้เลย^^ 

 แนะนำศัพท์เทคนิคในอุตสาหกรรม 

ในที่นี้คือคำศัพท์เทคนิคในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ซึ่งไม่จำเป็นที่ต้องรู้ไปหมดทุกคำศัพท์ก็ได้ เอาเฉพาะหลักๆที่ควรรู้เช่นชื่อของสารสกัดในผลิตผลิตภัณฑ์ที่เราขาย หรือชื่อสารอันตรายที่ห้ามใช้ในวงการเช่นสารปรอท สเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน เพื่อเนื้อหาในบทความหรือหน้า sale page ของเราจะได้อธิบายถึงความแต่งต่างและที่มาที่ไปได้

จากประสบการณ์แล้ว การที่เรามีการกล่าวถึงคำศัพท์เฉพาะนั้นมีอะไรๆมากกว่าการที่ทำให้เราดูเท่ห์ ข้อดีที่เห็นได้ชัดในมุมมองของลูกค้าคือ 

1. สำหรับลูกค้าที่ยังไม่เคยได้ยิน ได้ฟังในการรับทราบข้อเท็จจริงในสิ่งที่เขากำลังสอบถามมาก่อนเลย ข้อมูลตรงนี้จะเป็นการ educate เขาในฐานะผู้บริโภคไปในตัว และเราจะดู expert ในสายตาพวกเขาขึ้นมา 1 step เชียวล่ะ 

2. สำหรับลูกค้าที่มีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์ของสินค้าและบริการของเรา เขาจะรู้สึกว่าเราเป็นพวกเดียวกับเขา เป็นร้านค้ามืออาชีพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความใส่ใจต่อผู้บริโภค  

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้มีผลพลอยได้คือก่อให้เกิดความรู้สึก Trust ไม่ว่าจะเป็น Trust ในแบรนด์ของเรา ในคุณค่าของสินค้าและบริการที่เราเป็นผู้จัดจำหน่าย เมย์คิดว่านอกจากความประทับใจแล้วก็มี Trust นี่แหละที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เพราะฉะนั้นมันจึงสำคัญมากเลยในการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราจริงใจต่อเขาด้วยการเป็นผู้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ผ่านการทำการบ้านด้วยการทำความรู้จักกับคำศัพท์เทคนิคในอุตสาหกรรมของเรา ก่อนที่จะเลือกใช้นำมาใช้ประกอปการเขียนของเราอย่างรู้จริง :) 


ตัวอย่าง salepage ที่นำหลักการนี้ไปปรับใช้ 


C U 

Special Thanks to http://www.imwritingrich.com/
ส่วนหนึ่งของที่มาในการตั้งใจทำในสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น  :)  



วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

The Land Before Time: ก่อนกำเนิด SUAY360


ยาวไปไม่อ่านแต่ถ้าพลาดแล้วจะเสียดาย(ช่างกล้า) นี่เป็นการปะติดประต่อกันและโครต true story ของเมย์ตอนเป็นมือใหม่ในการทำ ecommerce เลยนะ
มันเริ่มจากว่าเมื่อไม่นานมานี้เมย์ได้มีความคิดเข้าไปปรับแต่งบทความและเนื้อหาหน้า sale page สินค้าที่ขายดีของทางร้านมาหลังจากที่ไม่ได้เข้าไปแตะอีกเลยมาประมาณ 2 ปีแล้ว
ถ้าใครที่สนิทกันก็จะรู้ว่าเมย์ไม่ได้มี www.suay360.com เป็นเว็บแรกสำหรับขายของ ย้อนกลับไปก่อนการกำเนิด suay360 ประมาณ 2 ปี เมย์เคยถูกผู้ชายอัจฉริยะเจ้าของบับเบิ้ลบีทรานฟอร์เมอร์ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวหนึ่งซึ่งก็คือคอลลาเจน(จำได้เลยว่ายุคนั้นอะไรๆก็คอลลาเจนๆ) หว่านล้อมให้เปิดเว็บขายของขึ้นมา ซึ่งตอนแรกก็ลองทำดูไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ปรากฏว่าเปิดเว็บขึ้นมาไม่นาน ประมาณเดือนนิดๆ สินค้าก็เริ่มขายดี โดยเฉพาะช่วงที่พีคมากๆนี่เรียกว่าขายดีแบบเทน้ำเทท่า ขายดีแบบถล่มทลาย
ถ้าจะวิเคราะห์ว่าทำไมเพิ่มเปิดร้านแล้วก็ขายดีเลย ก็ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งมาจากอัจฉริยะคนนี้มองต่าง เลือกที่จะผลิตคอลลาเจนที่มีจุดขายที่แตกต่างจากคอลลาเจนทั่วไป(บทความนี้ไม่ได้จะขายของ ขอข้ามไปในส่วนรายละเอียดของสินค้า) และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดูเป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น ให้อารมณ์เป็นสินค้า hi-end แต่ขายราคาในราคาที่ไม่โดดจากราคาของคอลลาเจนตามท้องตลาดเลย อีกส่วนหนึ่งมาจาก connections ส่วนตัวของอัจฉริยะคนนี้ที่เคยครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าของนิตยสารวัยรุ่นสุดเซ็กซี่สวนกระแสมาก่อน เลยรู้จักดารานางแบบเยอะมาก ไม่นานเท่าไหร่ ผู้บริโภคก็เห็นดารานางแบบ(ยุคนั้น net idol ยังไม่ปัง) ถือคอลลาเจนยี่ห้อนี้โปรโมทกันพรึ่บพรั่บ และส่วนสุดท้ายมาจากคุณภาพของตัวสินค้าจริงๆลูกค้านำไปชงดื่มแล้วเห็นผลกัน ก็เลยกลับมาซื้อซ้ำ
เพราะฉะนั้นสำหรับใครที่ไม่เคยขายของออนไลน์มาก่อน และไม่รู้เทคนิคการค้นความต้องการหรือช่องว่างทางการตลาดไม่ว่าจะผ่าน keywords ต่างๆ หรือผ่านการสังเกตว่าจะนำสินค้าอะไรดีมาขาย จากประสบกาณ์ของเมย์ เมย์พบว่าการเลือกหาสินค้าจากผู้ผลิตที่มีวิสัยทัศน์และมีประสบการณ์ตัวจริงนั้น จะช่วยเราในการผลักดันสินค้าออกสู่ตลาดและเกิดกระแสได้เร็วมากกว่า เงินทุนก็หมุนเวียนคล่อง ที่สำคัญการสั่งสินค้าจากผู้ผลิตที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่จากร้านค้าส่งเจ้าที่ 1 เจ้าที่ 2 เรื่อง margin ไม่ต้องพูดถึง แต่ที่ดีไปกว่านั้นมันยังทำให้เราสามารถได้รับเครดิตในการ stock ของก่อนแล้วจ่ายที่หลังอีกด้วย จะกี่วันก็ว่ากันไป เนื่องจากว่าเราเป็นคนช่วยที่เขากระจายสินค้าคนแรกๆของตลาด(แต่วาทะศิลป์ก็ต้องถึงด้วยนะเออ ซึ่งเรื่องนี้เมย์ถนัด เผลอๆอาจจะเป็นสิ่งที่ทำได้ค่อนข้างดีจากสิ่งที่ทำได้ดีที่มีไม่กี่เรื่องในชีวิตเลย)
แต่ไม่นานนัก หลังจากที่เมย์เริ่มทำ suay360 ร้านค้าออนไลน์ที่มีสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพและความงามเหมือนกัน แต่มีสินค้าให้เลือกหลากหลายกว่า มีคู่ค้าทางธุรกิจที่เป็นเจ้าของแบรนด์เพิ่มขึ้น ต้องมีการติดต่อกับเอเจนซี่โฆษณาและ beauty blogger มากขึ้น(จริงๆความรับผิดชอบในส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่ชอบที่สุดเลย ^^) อีกเว็บที่ว่านี่ก็ค่อยๆร้าง แฟนพงแฟนเพจก็ไม่ได้อัพเดท โปรโมชั่นอะไรก็ไม่ได้ส่งให้ลูกค้าเลย บอกว่าไม่มีเลยอาจจะตรงกว่า แต่เชื่อไหมว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สินค้าก็ยังออกทุกเดือน แม้ว่ากระแสคอลลาเจนจะลดลงไปมากแล้วก็ตาม
ถ้าให้คิดหาเหตุผลเมย์ ก็สามารถบอกได้ว่าถ้าไม่นับคุณภาพของสินค้าแล้ว ผลบุญที่ขายได้ติดต่อกันทุกเดือนนี้น่าจะมาจากความรู้ในการเขียน sale page แบบมีคุณภาพได้ ทำให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าแล้วเจอร้านของเราได้ง่าย จำได้ว่าตอนนั้น รายละเอียดของสินค้าทุกตัวในร้าน เมย์เป็นคนเขียนเอง ไม่ได้ก๊อปเนื้อหามาจากที่ไหนเลย นอกจากนี้มีบทความเกี่ยวกับสินค้าที่ทยอยอัพเดทอยู่เสมอไม่เคยขาย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ต้องขอมอบความดีความชอบ และขอบคุณผู้ที่สอนหลักการการเขียน sale page ที่ support seo สุดๆจากน้อง Ikhun Moo ที่แสนใจดีและใจเย็น > < สามารถสอนเมย์ได้อย่างเข้าใจง่ายมากๆภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทั้งๆที่ไม่มีพื้นฐานทางด้านนี้มาก่อนเลยมา
ที่นี้เนื่องจากตอนนี้เหมือนจะว่าง เลยอยากลองทำให้มันกลับขายดีมากยิ่งขึ้น(สรุปก็คือโลภนั่นเอง) แต่ก็ไม่อยากทุ่มงบโฆษณา ก็เลยงัดวิชาการเขียน sale page 101 ที่คุ้นเคยขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เขียนมานาน แต่เชื่อว่า skill ก็คงยังไม่น่าจะต่ำทรามลงเท่าไหร่ ความคิดริเริ่มอยากจะลองปรับแต่งเนื้อหาในส่วนอื่นๆของเว็บไซด์ก็เริ่มเกิดขึ้น แต่ประเด็นก็คือไม่ได้ลงมือเองมานานแล้วไง(หลังๆมัวแต่เที่ยว) เลยต้องขอปัดฝุ่นกันซะหน่อย ไหนขอเช็คนิดหนึ่งสิว่าตอนนี้ algorithm ของ google เขาไปถึงไหนกันแล้ว
และเนื่องจากที่เป็นคนที่มีความจำเป็นเลิศ เมย์เลยจำว่าไม่นานมานี้เคยเห็นบทความหนึ่งที่พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็เลยลองค้นดูและเข้าไปอ่านอีกรอบ
บทความนี้มีชื่อว่า 10 กลยุทธ์ชนะใจแพนด้าและแพนกวิ้น ซึ่งอ่านครั้งแรกเมย์ก็รู้สึก plain and simple มาก(พูดแบบรักษาน้ำใจ) เอาจริงๆเลยก็รู้สึกว่านี่มันก็สิ่งที่กูรู้อยู่แล้วนี่หว่า สิ่งใหม่อยู่ตรงไหน แต่โชคดีดีเมย์ไม่ได้เป็นคนสวยสายเถื่อนที่มีความจำดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นคนที่ค่อนข้างมีความละเอียดถี่ถ้วนอีกด้วย ก็เลยลองอ่านทบทวนบทความนี้ดูอีกรอบว่ามีสิ่งไหนที่เราตกหล่นไปหรือเปล่านะ มีอะไรบ้างไหมที่เราจะลองนำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มยอดขายขึ้นได้บ้าง มันต้องมีสิว่ะ(ให้ตายเถอะ ความโลภนี่มันเป็นแรงผลักดันที่ดีจริงๆนะ) และแล้วด้วยความโลภ เอ้ย ความตั้งใจจริงของเมย์ 2 หัวข้อย่อนที่อ่านผ่านๆไปตอนแรกไม่ได้แล้วคิดอะไรก็เริ่มตกผลึกออก 2 หัวข้อย่อยที่ว่านั่นก็คือ
 ทำส่วนที่เป็นคำถามที่ถูกถามบ่อย 
 แนะนำศัพท์เทคนิคในอุตสาหกรรม
ตอนที่

นางฟ้าจำแลง

ปกติแล้ว สิ่งแรกที่จะทำหลังตื่นนอนเลยก็คือกว้านหาหนังสือที่ใต้เตียงขึ้นมาอ่าน ต้องขอบคุณคุณพ่อที่คอยปลูกฝังมาเสมอว่าการอ่านหนังสือดีๆในตอนเช้าช่วงที่สมองยังปลอดโปร่งนั้น ถือป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและช่วยจรรโลงจิตใจได้เป็นอย่างเหลือเชื่อ วันนั้นถึงวันนี้ 20 กว่าปีผ่านมาแล้ว ไม่ต้องมีสิ่งการันตรีใดใดเลยว่าคำสอนของคุณพ่อนั้นเป็นจริงหรือเปล่านอกจากชีวิตที่สะท้อนถึงความมหัศจรรย์อย่างไม่หยุดหย่อนของสาวน้อยในรูปที่กำลังอยู่ตรงหน้าของคุณในขณะนี้ อย่างไรก็ตามหนังสือดีๆที่ว่านั้นช่างหลากหลายและต่างก็สร้างแรงบัลดาลใจที่แตกต่างกันออกไป บางเล่มดึงความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของเราออกมา บางเล่มเป็นดั่งลมใต้ปีกคอยอุ้มชูและขับเคลื่อน บางเล่มเป็นดั่งขุมทรัพย์แห่งจินตนการที่ไม่รู้จบ และบางเล่มก็แสดงให้เห็นถึงสิ่งพิเศษซึ่งก้าวผ่านพรมแดนตัวกูของกู เชื้อชาติ ศาสนา และวารสารบางๆของศุภนิมิตเล่มนี้คือหนึ่งในนั้น
เราไม่ใช่คนรักเด็ก ไม่ใช่คนที่คิดอยากจะมีลูกเป็นของตัวเอง แต่เราเชื่อในการส่งต่อโอกาส และร่วมถักทอความฝันของผู้อื่น เห็นอนาคตของเขาประหนึ่งว่าเป็นของเรา เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ได้อ่านสิ่งพิมพ์ต่างๆที่ศุภนิมิตรส่งมาเพื่อคอยแจ้งข่าวคร่าวความเป็นไปของเด็กๆและขุมชนของเขาที่พัฒนาขึ้นกันอย่างต่อเนื่องนั้น เรารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่เงินเล็กๆน้อยๆของเราได้ มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกสบายและฟื้นฟูสภาวะทางสังคม และจิตใจของพวกเขา พวกเขาซึ่งอยู่ในที่ที่ห่างไกล พวกเขาที่เราไม่เคยแม้จะได้รู้จัก ไม่ใช่ญาติพี่น้อง ไม่ใช่คนในครอบครัว แต่ก็เพราะพวกเขานี่แหละ ที่ทำให้เราได้รู้ว่าในการเดินทางไปโรงเรียนในแต่ล่ะครั้งนั่น ต้องใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมง ทั้งเดินเท้าและต่อเรือ และ บางครั้งหากอากาศหนาว หรือฝนตกก็จะยิ่งทำให้การเดินทางมีรสชาติสมบุกสมบันขึ่นไปอีก แต่พวกเขาก็ไม่เคยที่จะขาดเรียน เพราะเชื่อว่าการมีความรู้คือสิ่งเดียวที่จะนำพาให้ชีวิตของพวกเขาและครอบครัวได้ไปอยู่ในจุดที่ดีกว่านี้ ในขณะที่มีเด็กไทยตลอดจนนักศึกษาไทยอีกมากมายที่ไปเรียนสาย โดดเรียนเพียงเพราะง่วงนอน หรือตื่นไม่ทันทั้งๆที่พ่อแม่ก็ขับรถไปส่งหรือไม่หอแม่งก็อยู่ติดกับมหาลัยนั่นแหละ
อันที่จริงเราก็ไม่ได้เป็นคนที่เชื่อในระบบการศึกษาเลย แต่ลองอยากชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่พวกคุณมีมากกว่าพวกเขา และตระหนักรู้ถึงคุณค่าของมันให้มากเข้าไว้ก็เท่านั้น ถ้าวันนี้คุณมีห้องเรียนให้นั่งเรียน มีคอกเล็กๆในออฟฟิสให้ทำงาน ก็อยากจะขอให้ใช้เวลากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ชีวิตส่วนตัวของคุณมีความก้าวหน้าต่อไป เพราะความสำเร็จและล้มเหลวส่วนตัวของแต่ล่ะบุคคล คือตัวชี้วัดความสำเร็จและล้มเหลวของประเทศทั้งประเทศ สังคมเราจะคงจะดีขึ้น หากแต่ล่ะคนรู้ว่าตัวเองตื่นขึ้นมาเพื่ออะไร และมีความรับผิดชอบอะไรบ้าง จงทำมันให้ดี ทำมันให้ยิ่งใหญ่ และที่สำคัญหมั่นทำดีเข้าไว้ เพราะนอกจากความรัก โลกนี้คงไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืนไปมากกว่าความดีและความจริงอีกแล้ว
รู้จักมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย World Vision Foundation of Thailand