หมวดหมู่

วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ของขวัญจากสีเขียว

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กผู้หญิงอยู่ผู้หนึ่ง ที่ชอบเข้าใจผิดนึกว่าตัวเองคือเจ้าหญิง ถึงแม้ลึกๆในความเข้าใจของเด็กน้อยอายุ 5 ขวบเศษๆ จะรู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าหญิงที่แท้จริงของประเทศนี้ หรือประเทศไหนๆ
 
แต่ทว่าหากมองดูจากสภาพแวดล้อมอันเลอเริ่ศ ผสมลงโรงกับการเลี้ยงดูของบิดามารดาของเธอที่จะเล่าให้ฟังในอนาคตอันใกล้แล้วนี้ ก็คงพอจะทำใจยอมรับได้ไม่ยากกับความคิดที่เข้าข้างตัวตัวเองเสียเต็มประดาเองของเธอผู้นี้

เจ้าหญิงน้อยของเรามีพระนามอันไพเราะว่า “ สีเขียว ”

679160362109541.jpg

เป็นสีเขียวโทนเย็นๆ ที่อ่อนโยน สุดแสนจะสบายตา และถ้าใครที่มีพลังวิเศษมากพอ ก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นของแมกไม้ในป่าใหญ่ ที่มีหยาดน้ำค้างเกาะหลังฝนตก ล่องลอยออกมาจากผมหยักโศกสีน้ำตาลยาวหนายามเธอเคลื่อนไหว แต่น้อยคนมากๆเลยล่ะ ที่จะเคยได้กลิ่นของเธอ

จริงๆแล้ว เจ้าหญิงน้อยสีเขียว ไม่เคยทรงโปรดพระนามของเธอเลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องบอกก็คงพอจะก็รู้ว่ามันฟังดูออกแปลกประหลาดในบางครั้ง เวลาที่เธอต้องแนะนำตัวเองกับใครต่อใครว่าชื่อสีเขียว ทางแก้ของเด็กอายุ 5 ขวบที่พอจะนึกออกในขณะนั้นก็คือ บอกชื่ออื่นไปซะก็สิ้นเรื่อง เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจไปว่าทำไมคนส่งหนังสือพิมพ์ในตอนเช้าจะจะทักเธอว่า “ น้องน้ำมนต์ ” คุณยายที่เลี้ยงเจ้ากวักซอย 15 จะเรียกเธอว่า “ หนูคิตตี้ ” สาวยาคูห์เจ้าประจำจะรู้จักเธอในนาม “ เหว่ย เหวย ”

และนี่คือเรื่องราวของเธอ

“ สีเขียว อยู่ไหนลูก ”

เสียงแว่วมาจากชั้น 1 ของบ้าน ทำให้สีเขียวหยุดชะงักจากการเล่นขายของกับพี่สุทันที คุณแม่คนสวยกลับมาแล้วน่ะเอง สำหรับโลกของสีเขียวแล้ว ถ้าจะถามเธอว่าใครสวยที่สุดจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ สีเขียวจะตอบแบบไม่คิดเลยซักนิดว่าแม่ สีเขียวชอบกลิ่นน้ำหอมของของแม่มากกว่ากลิ่นแมกไม้อันอบอุ่นของตัวเอง แม่ของสีเขียวเป็นช่างทำผมที่มีระดับ ผมของมาช่าเธอก็เคยตัดให้มาแล้ว

“ แม่ขา ”

สีเขียวตะโกนลงมาจากชั้น 3 ของบ้าน รีบวิ่งลงมาพร้อมกับถือชุดสมุดระบายสีเล่มโปรด กับสีไม้อีกหนึ่งกำมือหนึ่งที่เด็ก 5 ขวบจะโกยได้จนพี่สุวิ่งตามแทบไม่ทัน พ่อกับแม่บอกเธอตั้งแต่เมื่อคืนว่า วันนี้จะมีพี่เลี้ยงคนใหม่มาอยู่ด้วย

“ นี่พี่แหวนจ้ะ แหวนนี่น้องนะ ที่บอกให้มาดูแล กระเป๋าเดี้ยวให้สุช่วยเอาขึ้นไปใว้ข้างบนให้นะ คุยเล่นกับน้องไปก่อน ”

แม่พูดเร็วปรื้ดๆ แทบจับใจความไม่ได้ พี่เลี้ยงคนใหม่ใส่เสื้อยืดลายทางขาวดำ นุ่งผ้าถุงลายพร้อยสีส้มสดยิ้มอย่างอายๆ ให้สีเขียว

“ ชื่อพี่แหวนเหรอ น้ำหวานชอบใส่แหวน ”

สีเขียวยิ้มให้พี่แหวนอย่างสดใสไร้เดียงสา และทักพี่แหวนอย่างฉะฉาน โดยไม่ลืมแนะนำว่าเธอชื่อน้ำหวาน สำหรับสีเขียวแล้ว การเข้าหาพี่เลี้ยงคนใหม่ถือเป็นเรื่องที่ง่ายและธรรมดามาก ตั้งแต่จำความได้ บ้านของเธอที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทนั้น มักจะมีเด็กสาวที่มาจากต่างจังหวัดซึ่งเป็นลูกหลานของคนที่แม่รู้จักครั้งในอดีตมาคอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนทำงานกันในบ้านหลังนี้มากหน้าหลายตามาแล้ว

พี่แหวนไม่ได้เอื้อนเอ่ยวางจาใดๆตอบ มีแต่รอยยิ้มที่แสนประหม่าส่งมาให้ ในมือกำหูกระเป๋าเดินทางสีดำใบโตแน่น

น้ำหวาน เอ้ย สีเขียวชวนพี่แหวนนั่งบนเกาอี้ไม้สักเคลือบเงา กางสมุดระบายสีออก สิ่งที่เธอคาดหวังอยู่ในใจขณะนั้นก็คือ อยากให้พี่แหวนแสดงฝีมือระบายสีระดับปราบเซียน ลงในสมุดระบายสีเล่มใหม่ของเธอ

จากประสปการณ์ 5 ปีที่ผ่านมา เท่าที่สีเขียวจำความได้ บรรดาพวกพี่เลี้ยงที่เธอเคยรู้จัก รวมทั้งพี่สุ พี่เลี้ยงคนปัจจุปัน ทุกคนมีฝีมือการระบายสีที่สวยงามมาก น้ำหนักของแต่ละเส้นสีมั่นคง ระบายไปในทิศทางเดียวกัน ไม่เคยออกนอกกรอบ มีมานะอดทน เพราะสามารถระบายสีได้หมดทั้งหน้า บางคนก็ชอบตัดเส้นให้ความรู้สึกดูเก๋ไกไปอีกแบบ รูปแบบทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นสิ่งที่สีเขียวชอบใจมากๆ ปลาบปลื้มอย่างที่สุด และไม่เคยทำได้ด้วย เวลาสีเขียวระบายสี เธอจะมักระบายแค่ในส่วนที่เธอชอบเป็นพิเศษ อย่างเช่นบริเวณผมที่เป็นลอนของตัวการ์ตูน ริมฝีปากอันเจิดจรัส และดวงตาคู่สวยเท่านั้น

พี่แหวนพึ่งจะมาถึงไม่นาน  ยังไม่ทันจะได้ดื่มน้ำ และพักผ่อนอะไรเลย ต้องมานั่งจุ้มปุ๊กงงๆกับสีเขียวซะแล้ว

อย่างไรก็ตาม พี่แหวนก็ยอมตามใจสีเขียวแต่โดยดี ไม่แสดงสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเหน็ดเหนื่อยเลยซักนิด พี่เลี้ยงคนใหม่หยิบสีฟ้าขึ้นมาเป็นสีแรก แต่พอได้ลงมือระบายเท่านั้นแหละ สีเขียวเองต่างหาก ที่กลายเป็นฝ่ายไม่พอใจขึ้นมาทันที เพราะฝีมือในการแต่งแต้มของพี่แหวน ไม่ต่างอะไรไปจากสไตล์ของเธอเลยซักนิด คือระบายเป็นวงกว้างๆ แบบหยาบๆ สีหนักเบาไม่เท่ากัน ดูเหมือนไม่แน่ใจว่าจะบังคับให้สีไปทางไหนดี รู้แต่แค่ว่าพยายามให้อยู่ในช่องที่ตนกำลังลงสีอยู่เป็นพอ

“ เอ๊ะ ทำไมระบายไม่สวยเลยล่ะ ”

สีเขียวท้วงขึ้นมา พี่แหวนที่น่าสงสารไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร ก็หยุดระบายสีทันที

“ งั้นไม่ต้องระบายแล้ว พี่แหวนอ่านให้ฟังหน่อยสิ ”

เจ้าหญิงน้อยของเราหมายถึงเนื้อเรื่องที่เขียนอยู่ใต้ภาพของสมุดระบายสี จริงๆสีเขียวก็รู้ดีอยู่แล้วว่านิทานภาพระบายสีเล่มนี้ มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอะไร เพราะเคยดูในวิดีโอที่พ่อซื้อให้มาก่อน แต่พอมีใครเล่าถึง หรือได้ยินใครอ่านทีไร สีเขียวกลับไม่เคยเบื่อเลยซักนิด มีแต่ยิ่งหลงใหลในเนื้อเรื่องมากขึ้นเรื่อยๆ

“ พี่แหวนอ่านหนังสือไม่ออกหรอกจ้ะ ”

และนี่คือประโยคแรก สำเนียงแปร่งๆแบบไม่คุ้นหูที่พี่แหวนพูดกับสีเขียวตั้งแต่เข้ามาในบ้านหลังนี้ เป็นประโยคเรียบๆ ที่ง่ายๆ ตรงไปตรงมา ไม่มีพิธีรีตอง และไร้ร่องรอยความอับอายอะไรทั้งสิ้น สิ่งนี้ทำให้สีเขียวรู้สึกประหลาดใจในตัวพี่แหวนมากขึ้นไปอีก เพราะนอกจากฝีมือระบายสีระดับเดียวกันแล้ว พี่แหวนเองก็อ่านหนังสือไม่ออกเช่นเดียวกัน

ก่อนนอนคืนนั้น สีเขียวนึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินการออกอากาศทางวิทยุในรถที่พูดคุยกับแขกรับเชิญถึงเรื่องผู้ไม่รู้หนังสือในประเทศ แต่ตอนนั้นสีเขียวกลับคิดว่า รายการดังกล่าวกำลังหมายถึงเด็กๆเช่นเธอเท่านั้น วันนี้นี่เองที่สีเขียวเข้าใจความหมายของมันมากขึ้น และรู้ว่าไม่ใช่แต่เด็กๆเท่านั้นที่อ่านหนังสือไม่ออก ผู้ใหญ่เองก็มีเช่นกันเดียวกัน

307450596708804.jpg
 
จะว่าไปแล้ว ยายของสีเขียวก็อ่านหนังสือไม่ออกเหมือนกัน แต่สีเขียวเคยคิดว่านั่นเป็นเรื่องของคนสมัยก่อน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น