หมวดหมู่

วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561

รีวิว SunAway Natural Skin Booster & Blur Light Protection Serum กันแดดเนื้อเซรั่มสำหรับคนติดจอโดย

SunAway Natural Skin Booster & Blur Light Protection Serum กันแดดเนื้อเซรั่มสำหรับคนติดจอโดยเฉพาะ ภายใต้แบรนด์ซันอะเวย์ (SunAway) กันแดดแบบทานยอดขายอันดับ 1 ที่คนเป็นฝ้ากระแนำนำและบอกต่อกันมากที่สุด รวมถึงผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งเราคุ้นเคยกันดี ซึ่งกันแดดตัวนี้ที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมถึงคนที่ใช้ Smart phone, Tablet เป็นประจำอีกด้วยค่ะ เบื้องต้นเรามาดู Packaging กันอย่างละเอียดดีกว่า






เป็นกล่องทรงสามเหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกระทัดรัด 
ด้านที 1 ก็ระบุชื่อของครีมกันแดด และค่า SPF ที่เคลมไว้คือ SPF 25 PA++




ด้านที่ 2 ก็บอกวิธีใช้เป็นภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น 
จุดที่น่ารักมากคือใช้รูปเล็กๆสื่อถึงคุณสมบัติของครีมกันแดดขวดนี้ 



ด้านสุดท้ายก็จะบอกส่วนผสม และมีสติกเกอร์ที่อธิบายสรรพคุณ 
วิธีใช้ภาษาไทย เลขที่จดแจ้ง และวันหมดอายุ 


SunAway Natural Skin Booster & Blur Light Protection Serum มีขนาด ขนาด 50 mi. ราคา 990.- (ก่อนซื้อควรสอบถามราคาโปรโมชั่นอีกครั้งค่ะ) 

เอาล่ะ มาดูคุณสมบัติหลักๆของเซรัมกันแดดขวดนี้กันค่ะ 

PHORMISKIN BIOPROTECH G : 
  •  ปกป้องเซลล์ผิวหนังจากอันตรายของแสงแดด
  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
  • ปรับผิวให้กระจ่างใส ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน

Early Boost : 
  • ปกป้องผิวด้วยกระสะท้อนรังสี UV ทุกชนิด เหมือนมีฟิล์มมาเคลือบผิว
  • กักเก็บความชุ่มชื้นเพิ่มพลังให้ผิวมีชีวิตชีวาตลอด 24 ชม.
  • ผลัดเซลล์ผิวเก่า
  • ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน

COBIODEFENDER EMR : 
  •  ปกป้องผิวจากรังสี HEV (High Energy Visible Light Radiation) เช่น แสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ 
  • ปกป้องผิวจากรังสี IR (Infrared) เช่น ไอร้อนจากเตาอบ ไดร์เป่าผม หรือไอร้อนจากการทำครัว 
  • ปกป้องผิวจากรังสี EMR (Electromagnetic Radiation) หรือคลื่นแม่เหล็ก จากโทรศัพท์มือถือ wifi คลื่นอินเทอร์เน็ต
  • ลดการเกิดริ้วรอยที่มีสาเหตุมาจากรังสี HEV

ซึ่งข้อดีคือของกันแดดชนิด Physical Sunscreen คือใช้แล้วจะไม่มีการซึมเข้าสู่กระแสเลือด (หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะมีผลต่อตับ) เหมือนครีมกันแดดแบบ Chemical Sunscreen ที่ขึ้นชื่อว่าอมความร้อนไว้ที่ผิว ส่งผลให้ผิวไวต่อการระคายเคือง และยังทำให้อายุของผิวเสื่อมลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็นอีกด้วย

ส่วนใครที่กังวลอยู่ว่าค่า SPF25 PA++ จะเอาอยู่ไหม ซึ่ง SPF1 สามารถกันแดดได้เป็นเวลา 20 นาที ดังนั้น SPF25 ก็จะกันแดดได้อยู่ที่ 25x20 = 500 นาที หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 8 ชั่วโมงนั่นเอง หลายท่านที่ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำจะรู้ดีว่า เพื่อการป้องกันที่สูงสุด เราควรทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง ซึ่งค่า SPF25 นี่เมื่อทาลงบนผิวแล้วจะทำให้ผิวไม่ดูขาววอกจนเกินไปเมื่อเที่ยบกับค่า SPF ที่สูงๆ เมื่อรวมกับคุณสมบัติเนื้อเซรั่มที่ให้ความรู้สึกบางเบาแล้ว สามารถทาทับเมคอัพได้โดยไม่ต้องกังวลถึงความเหนอะหนะ และสีเครื่องสำอางก็ไม่เพี้ยนด้วยค่ะ


ที่สำคัญครีมกันแดดตัวนี้มีสารกันแสงสีฟ้าโดยเฉพาะต่างหาก ซึ่งสามารถป้องกันรังสีอินฟาเรด, กันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อย่างเช่นคลื่นจากมือถือก็สามารถป้องกันได้ ซึ่งในทางการแพทย์แล้ว คลื่นต่างๆเหล่านี้ล้วนส่งผลเสียต่อผิวทั้งสิ้นค่ะ






ลองเกลี่ยแล้วสีผิวไม่เปลี่ยน ซึมเร็ว ไม่มีกลิ่นของน้ำหอมที่อาจจะก่อให้เกิดการระคายเคือง

อย่างไรก็ตามสำหรับเมื่อลองใช้ทาบนใบหน้าดูแล้ว ส่วนตัวรู้สึกว่าเนื้อของกันแดดจะค่อนไปทางเนื้อครีมผสมกับเนื้อมูสมากกว่าเนื้อเซรั่มค่ะ ซึ่งส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไรเพราะทาลงไปที่ผิวแล้วซึมเร็ว ไม่ทิ้งคราบมันใดใดบนใบหน้า ระหว่างวันก็ไม่รู้สึกเบาสบายผิวค่ะ (เราเป็นคนผิวธรรมดานะคะ)


เชื่อว่าหลายคนที่ทานกันแดด SunAway กันอยู่แล้วกันล้วนใช้ครีมกันแดดเช่นกันเพื่อป้องกันผิวทั้งจากภายในและภายนอก เท่าที่ได้ลองใช้มา SunAway Natural Skin Booster & Blur Light Protection Serum ก็เป็นครีมกันแดดดีๆอีกตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติครอบคลุมไลฟ์สไตล์ของผู้ติดจอได้เป็นอย่างดี จึงเป็นที่มาของการแบ่งปันข้อมูลกัน เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการซื้อครีมกันแดดนะคะ 



ส่วนใครที่สนใจ สั่งซื้อได้ที่นี่ค่ะ 


References

1. http://www.mmc.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=1207:spf&catid=100&lang=th&Itemid=623
2. https://www.patcharapa.com/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A-physical-chemical/
3. https://www.telegraph.co.uk/science/2016/06/17/selfies-can-age-the-skin-and-cause-wrinkles-warn-dermatologists/

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2561

รีวิวผมดัดมาแล้ว 1 เดือนจากร้าน The Cortice สยามสแควร์


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้เราจะมารีวิวผมที่ดัดมาแล้วเป็นเวลา 1 เดือนให้ดูว่าเซ็ทแล้วลอนดูเป็นอย่างไรนะคะ 🙂

เนื่องจากเดือนที่แล้วมีโปรโมชั่นราคาพิเศษเมื่อดัดผมกับช่างใหม่ เราเลยจองคิวดัดกับอาจารย์มินค่ะ
(ปกติแล้วเราจะดัดกับอาจารย์โฮ และอาจารย์เจน)

ส่วนตัวเรารู้สึกว่าเมื่อดัดออกมาแล้วดูไม่ต่างกับที่ดัดกับอาจารย์โฮ และอารารย์เจนเลยค่ะ 555 แถมราคายัง Soft ลงอีก 😉

อาจารย์มินดัดออกมาได้ถูกใจ ตรงตามที่เราสื่อสารว่าอยากได้แบบไหนเป๊ะเลย เยี่ยม👍

มาดูกันดีกว่าค่ะว่าออกมาเป็นอย่างไร ทรงนี้เรายืดโคน(เราเป็นคนผมเส้นใหญ่ และหยักศก ถ้าไม่ยืดจะดูฟูค่ะ) ดัดปลายแบบหมุนออก และเซ็ทเองด้วยการเป่าลมและหมุนออกค่ะ


ด้านหน้านะคะ เราชอบลอนใหญ่ ดูเป็นธรรมชาติดี 


โฟกัสที่ลอนกันชัดๆค่ะ


รูปด้านข้างค่ะ จะเห็นว่าลอนด้านหน้ากับมีการไล่ระดับกันดี


ถ้าดูจากด้านหลังก็จะเห็นชัดเจนเลยค่ะว่าลอนจะไล่ระดับกันอยู่ 2 ชั้น 
คือชั้นบนกับชั้นล่าง ซึ่งเวลาเซ็ท(เป่าลมและหมุนออก) เราก็ต้องค่อยๆเซ็ทที่ล่ะชั้นค่ะที่จะออกมาสวย 


ส่วนค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ เล็มผม+ยืดโคน+ดัดปลาย อยู่ที่ 5,000.- ค่ะ สำหรับบางคนที่ผมตรงอยู่แล้วและต้องการดัดก็อาจจะถูกลงกว่านี้เพราะไม่ต้องยืดค่ะ ปกติแล้วแต่ล่ะเดือนทางร้านจะมีโปรโมชั่นใหม่ๆเกี่ยวกับการทำเคมีอยู่เสมอ ดังนั้นลองสอบถามกับทางเพจ The Cortice ก่อนจองคิวได้ค่ะ

วันนี้ขอจบการรีวิวแต่เพียงเท่านี้ หากมีคำถามอะไรส่งข้อความมาทางเพจได้นะคะ ขอบคุณที่รับชมค่ะ ❤

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ซันอะเวย์ (SunAway) กินกันแดด ไอเท็มกันแดดที่ตามหา




ไม่ว่าจะหน้าฝน หน้าร้อนหรือหน้าหนาว‼ ผิวของเราก็หนีรังสี UV ไม่พ้น วันนี้เมย์ขอเสนอไอเท็มกันแดดที่ไม่ต้องทาก็กันแดดได้มาแนะนำค่ะ

Tada❗ ซันอะเวย์ (SunAway) 🌤  อาหารเสริมต้านแดดหรือกันแดดแบบกิน ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะมีส่วนผสมของสารประกอบหลักที่ได้จากธรรมชาติถึง 6 ชนิด เป็นกันแดดที่เมย์เคยตามหามานานมาก เพราะเคยได้ยินมาว่ากันแดดแบบกินจะช่วยปกป้องผิวได้ดีกว่าแบบทา เมย์เลยอยากลองและในที่สุดก็ได้พบกับซันอะเวย์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

แอบสารภาพว่าตอนแรกเมย์ก็กังวลอยู่นิดๆเหมือนกันว่ากันแดดแบบกินจะปกป้องผิวได้มีประสิทธิภาพขนาดไหย ❔ แต่พอได้ลองกินมาสักพักรู้สึกได้เลยว่าผิวแข็งแรงขึ้นจริงค่ะ จากที่เคยออกแดดและแสบผิว ผิวลอก ผิวไหม้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่ไปทะเล กลับมาทีไรผิวลอกเป็นแผ่นๆเลย😣) บอกได้เลยว่าตอนนี้ไม่มีอาการแบบนั้นให้เห็นอีกเลย

อ้อ นอกจากซันอะเวย์จะช่วยในเรื่องของการปกป้องผิวแล้ว ยังช่วยลด ฝ้า กระ ป้องกันอาการล้าของกล้ามเนื้อตา ลดอาการล้าของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายด้วยนะคะ

เอาล่ะ เรามาแกะกล่องดูข้างในกันดีกว่า 😄



เปิดกล่องข้างในมาเราจะเจอแผงแคปซูลหน้าตาแบบนี้อยู่ 2 แผงด้วยกัน และใน 1 กล่องจะบรรจุ 14 แคปซูลค่ะ 


พลิกมาด้านหลังก็จะเจอ อย. วันผลิต และวันหมดอายุครบถ้วนค่ะ


เม็ดแคปซูลมีสีแดงสดใส ขนาดเม็ดกำลังพอดีทานง่ายมาก 😊


อย่างปกติเวลาออกจากบ้านเราจะต้องทากันแดดและรอจนแห้ง ผ่านไป 2-3 ชม. ก็ต้องทาซ้ำอีกรอบ แต่ซันอะเวย์ กินกันแดดตัวนี้ ทานแค่วันละ 1 เม็ดตอนเช้าก่อนออกแดด แค่นี้ผิวของเราก็ได้รับการป้องกันแล้ว


สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังหากันแดดแบบกินอยู่ เมย์แนะนำให้ลองซันอะเวย์เลยค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวัง สามารถสั่งซื้ออนไลน์ได้ที่ www.suay360.com (อย่าลืมดู หรือสอบถามโปรโมชั่นกันก่อนสั่งนะคะ) อีกพิกัดหนึ่งคือที่ร้านบิวเทียมทุกสาขา 

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Review ทาสีเจลที่ All About Nails & Spa ร้านทำเล็บในสวนศรี ณ The 66 Cottage สุขุมวิท 66

สวัสดีค่ะทุกคน ห่างหายกันไปซักระยะกับการเขียน Blog แต่วันนี้กลับมาแล้วค่ะ พร้อมกับพาร้านทำเล็บดีที่แวดล้อมไปด้วยสวนในละแวกอุดมสุขมาแนะนำกันให้หายคิดถึงด้วย ว่าแล้วก็ไปชมกันดีกว่าค่ะ


เชื่อว่าถ้าใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาลองทำเล็บภายใต้บรรยากาศสบายๆแล้วชื่นชอบธรรมชาติแบบเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แวะมาที่ร้าน All About Nails & Spa รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ

All About Nails & Spa แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในค่าเฟ่ร้านดังแสนสวยที่ชื่อว่า The 66 Cottage เรียกได้ว่ามาทานขนม จิบชาเก๋ๆแล้วยัง Relex ต่อด้วยการทำเล็บก็ย่อมได้


พอเข้ามาด้านในก็จะเห็นว่าทางร้านใช้สีเจลนำเข้าจากประเทศเกาหลีที่ชื่อว่า Bandi ค่ะ ซึ่งส่วนตัวก็พอรู้จักแบรนด์นี้มาบ้าง เห็นว่านอกจากคุณภาพของสีที่ดีแล้ว ยังโด่งดังเรื่องของกลิตเตอร์ที่เด่นชัด และหลากหลายอีกด้วย


ส่วนโซฟามีอยู่ 2 ตัวค่ะ ทางร้านเป็นระบบโทรมาจองคิว แต่จังหวะไหนไม่มีลูกค้า จะ Walk in เข้ามาเลยก็ได้เช่นกัน

ถึงอากาศจะยังร้อนอยู่ แต่นี่ก็เข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้ว ใครผ่านห้างดังทั้งหลายย่านราชประสงค์ก็คงเห็นต้นคริสมาสตั้งตระหง่านกันให้พรึ่บพรับ เพราะฉะนั้นเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ "Winter Nails" คือธีมของการทำเล็บของเราวันนี้ค่ะ

ว่าแล้วก็ไม่รอช้า เปิด IG ตามด้วยค้น Hashtag #WinterNails แล้วก็เลือกแบบที่ถูกใจจนได้มาซึ่งรูปนี้จากของร้านทำเล็บญี่ปุ่น (IG: boxnews_nail) ค่ะ แต่ส่วนตัวอยากทำที่เล็บมือ ปรึกษาช่างแล้ว ช่างก็น่ารัก ช่วยหาสีที่ใกล้เคียงกับแบบมาให้เลือก และแจ้งก่อนทำว่าสติกเกอร์ลายเกร็ดหิมะสีทองแบบในรูปทางร้านไม่มี ซึ่งเราเองก็ไม่ซีเรียส เลยบอกช่างว่าใช้กลิตเตอร์สีทองแทนก็ได้ แค่ภาพรวมออกมาคล้ายๆก็พอใจแล้ว


เลือกได้แล้วก็เข้าสู่กระบวนการทำกันเลย เนื่องจากได้เข้าไปใช้บริการช่วงวันธรรมดาตอนสายๆ ซึ่งหลายๆคนอาจจะติดงานกัน ในร้านเลยไม่ใครนอกจากช่างกับเรา ถือว่าเป็นอารมณ์ทำเล็บที่ Private ได้อีก





แล้วก็ Tada! นั่งเล่นมือถือเพลินๆ ไม่นานเลยก็ทำเสร็จค่ะ งานออกมาสวยเหมือนแบบ(ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง) ราคาของแบบที่ทาอยู่ที่ 600.- ถือว่าไม่แพงเลยใช่ไหมคะ เมื่อมีบรรยากาศสวนสวยรายล้อม และช่างที่บริการดี ใส่ใจลูกค้า

สำหรับบริการของร้าน All About Nails & Spa นอกจากทาเล็บและต่อเล็บแล้ว ก็ยังมีสปามือและเท้าอีกด้วย ในส่วนของการเดินทางก็ไม่ยากเลยค่ะ แนะนำให้นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีอุดมสุข และเดินต่อเข้ามานิดหน่อย (ประมาณ 5 นาที) เข้ามาที่ซอยสุขุมวิท 66 โดยร้านจะอยู่ด้านในคาเฟ่ The 66 Cottage ค่ะ

เอาล่ะ! เพื่อนๆคนไหนที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาทำเล็บในสวนดูบ้าง ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Fanpage ของทางร้านที่ https://www.facebook.com/allaboutnailsnspa/ นะคะ

วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ไม่อยากเป็นสิวอุดตัน ต้องเลี่ยงครีมที่มี Mineral Oil

เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผิวของเมย์ก็ดูอิดโรย ไม่สดใส พยายามบำรุงอย่างเต็มที่ก็รู้สึกเหมือนมันดีขึ้น แต่ไม่สุด ไม่รู้ว่าเพราะอะไร และเริ่มมีสิวอุดตันเกิดขึ้นประปรายจากแต่ก่อนที่ไม่มีเลย จึงได้เริ่มเคร่งครัดกับตัวเองตามปัจจัยต่างๆที่เราเชื่อว่าจะช่วยให้สิวลดได้ผ่านการดูแลตัวเองจากภายในเช่นการอาหาร, การพักผ่อน, ความเครียด และการดูแลตัวเองจากภายนอกเช่นการใช้ Skincare ที่เหมาะสม, ทากันแดดไหม ล้างเครื่องสำอางออกหมด

แต่ถึงจะพยายามดูแลผิวหน้าเป็นอย่างดี เมย์รู้สึกว่าสิวอุดตัน และอาการผิวดูหมองๆ มันก็เป็นๆหายๆ ถ้าไม่หลอกตัวเองก็จะรู้สึกว่าไม่เห็นจะดีขึ้นเท่าไหร่เลย จากจุดนั้นเองที่เมย์ตัดสินใจลองศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แนว Organic ดู ทำให้พบว่าเหล่า Beauty Guru ไม่ว่าจะเป็นสาย Healthy, สาย Organic, ตลอดจนสายธรรมชาติบำบัด ต่างบอกตรงกันว่า "You are what you eat." ซึงในหลายครั้งการบริโภคที่ว่านี้ไม่ได้มีรูปแบบเพียงการทานเข้าไปแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น สิ่งต่างที่เรานำมาใช้กับร่างกายของเราอย่างเป็นประจำ เช่นการทาครีมก็เช่นกัน เพราะว่าร่างกายของเรานั้นสามารถดูดซึมสารอันตรายต่างๆผ่านผิวหนังได้! 

จากนั้นเมย์จึงลองค้นหาส่วนผสมของสารสกัดที่ไม่เป็นมิตรต่อผิว และลองนำมาเปรียบเทียบกับฉลากด้านหลังผลิตภัณฑ์ดู และในวันนั้นเองที่เมย์เจอสารสกัดที่มีชื่อเรียกเก๋ๆ ฟังดูเป็นแพงหน่อยๆว่า "Mineral Oil" ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุของสิวอุดตันที่เมย์ประสบอยู่ในขณะนั้นเป็นส่วนผสมอยู่ในอันดับต้นๆอยู่ใน Cleaning oil ที่ใช้ล้างเครื่องสำอางที่ใช้มาซักระยะ

เห็นแบบนี้แล้วใครอยากใช้กับผิวหน้าบ้าง ?

ถึงชื่อจะดูแพง แต่จากข้อมูลที่ได้รับมา Mineral Oil นั้นเป็นเพียงแค่น้ำมันใสๆที่ปราศจากกลิ่น จัดอยู่ในกลุ่มน้ำมันปิโตรเลียมที่ใช้สำหรับรถยนต์ หรืออีกนัยคือน้ำมันเกรดโรงงานอุตสหกรรม ห่างไกลกับเกรดที่คู่ควรกับการนำมาใช้กับผิวหน้าโดยสิ้นเชิง และด้วยความที่มันราคาถูก หายแบรนด์จึงนำมาใช้เป็น 1ในส่วนผสมของเครื่องสำอางในกลุ่ม Moisturiser

เมื่อมาลองทบทวนระยะเวลาที่เริ่มใช้คือประมาณ 3 อาทิตย์ เปรียบเทียบกับช่วงที่สิวอุดตันเริ่มขึ้นก็ค่อนข้างตรง! ก็อดแอบรู้สึกไม่ได้ว่าทำไมเราชะล่าใจช้าจังเลย แต่มาคิดดูอีกที แต่ไหนแต่ไร ส่วนมากเวลาที่สิวขึ้นเราก็มักจะคิดว่ามันมาจากครีมที่ใช้ไม่เหมาะกับเรา และละเลยเครื่องสำอางประเภทอื่นๆที่เราใช้มันกับผิวหน้าเป็นประจำ

ทำไม Mineral Oil จึงก่อนให้เกิดสิวอุดตัน ?


จากบทความของเว็บไซด์ต่างประเทศต่างบอกเป็นแนวเดียวกันว่า โดยธรรมชาติแล้ว ผิวต้องการการแลกเปลี่ยนก็าช Oxygen และ Carbondioxide อยู่ตลอดเวลาเพื่อคงความสมดุลย์ แต่การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Mineral Oil เป็นส่วนผสมเป็นประจำทำให้ผิวของเราไม่สามารถหายใจได้อย่างปกติ ไม่เพียงแต่สารบำรุงต่างๆจะเข้าไปไม่ถึงผิวชั้นใน ผิวเองไม่สามารถระบายความร้อน และผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติได้ จึงส่งผลให้กลไกการทำงานของต่อมไขมันในผิวหนังเสื่อมสภาพ นานวันเข้าก็ไม่สามารถผลิตน้ำมันมาเคลือบผิวเพื่อคงความชุ่มชื้นของผิวไว้ตามธรรมชาติ ได้อีกต่อไป จึงทำให้เราต้องอาศัยการใช้เครื่องสำอางต่างๆมาทำหน้าที่สร้างความชุ่มชื่นขึ้นมาให้แทนอย่างขาดไม่ได้

รูปด้านซ้ายคือผิวที่หายใจได้อย่างปกติ ส่วนรูปด้านขวาจะเห็นว่าจะถูกเคลือบด้วย Mineral Oil ที่ผิวชึ้นบนสุดอีกที 
ทำให้ผิวหายใจได้น้อยลง ปิดกั้นการเปลี่ยนก๊าชและสารบำรุงต่างๆทั้งจากด้านนอกและด้านใน

โดยเฉพาะครีมบำรุงผิวหน้าที่อยู่บนผิวหน้าเราหลายชั่วโมงนานกว่าใครเพื่อน ยิ่งต้องอ่านฉลากให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตันนี้
  • Petrolatum 
  • Liquid paraffin 
  • Paraffin oil 
3 ส่วนผสมนี้คือชื่อในรูปแบบอื่นๆของ Mineral Oil ที่เราจะเห็นได้บนฉลากหลังผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Primer, ครีมทาหน้า, ครีมทามือ, ลิปปาล์ม, มาร์คบำรุงผิว ถ้าเจอเมื่อไหร่ก็แนะนำให้วางของสิ่งนั้นลงที่เดิมได้เลย


ลองดู Kindness ครีมบำรุงผิวที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน


ส่วนใครที่มีประสบปัญหาผิวแห้ง หรือขาดการล้างเครื่องสำอางด้วย Oil ไม่ได้เลย เมย์อยากแนะนำให้ลองดูผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันที่สกัดจากจากธรรมชาติเช่น
  • Coconut Oil 
  • Shea butter 
  • Vitamin E 
  • Jojoba Oil 
  • Cocoa Butter 
  • Olive Oil 
ที่ถึงแม้ว่าจะมีราคาอาจสูงกว่า แต่ปลอดภัยกว่ากันอย่างแน่นอน

หลังจากนั้นเมยก็เลิกใช้ Cleansing Oil ขวดนั้นอย่างเด็ดขาด และเปลี่ยนมาใช้น้ำมันพระพร้าวสกัดเย็นอยู่พักหนึ่ง ในขณะเดียวกันเมย์ก็สังเกตผิวตัวเองก็เห็นว่าผิวที่ดูล้าๆ ไม่เปล่งปลังสดใสเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในสัปดาห์แรก

ในส่วนของสิวอุดตันๆก็ไม่ขึ้นใหม่ ส่วนที่มีอยู่แล้วก็ค่อยๆถูกดันออกมา(ในส่วนนี้น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติสามารถซึมเข้าไปทำให้บริเวณที่เป็นสิวอุดตันมีความชุ่มชื้น เร่งการผลัดผิวตามธรรมชาติ) และกดออกได้ในที่สุด ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน สำหรับใครที่รู้ว่านานไปอาจจะไปให้คุณหมอตามคลีนิคความงามกดสิวอุดตันออกก็ได้เช่นกัน

ท้ายที่สุดนี้เมย์หวังว่าการแบ่งปันประสบการณ์ครั้งนี้จะมีประโยนช์กับหลายๆคนไม่มากก็น้อย การเป็นคนช่างเลือก ช่างถามก่อนจะ Consume อะไรเข้าไปสู่ร่างกายเราจะช่วงป้องกันไม่ให้เราต้องเสียเวลา เสียสุขภาพจิตในการมาตามแก้ไขที่หลังอย่างเทียบกันไม่ได้เลย

REFERENCES
[1] 5 Scary Reasons To Avoid Petroleum and Mineral Oil in Your Skincare Products https://beautyeditor.ca/2014/10/16/petroleum-mineral-oil-skin-products
[2] The top 5 myths about mineral oil part 1 http://thebeautybrains.com/2006/11/the-top-5-myths-about-mineral-oil-part-1/

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Review ยืดโคน-ดัดปลาย กับอ.เจน ร้าน The Cortice

เสาร์ที่ผ่านมา เมย์ได้มาทำผมใหม่กับ อ.เจน ร้าน The Cortice สยามสแควร์ ซ. 7 จากที่ไม่ได้ทำเคมีผมมา 1 ปีเต็ม โดยรอบนี้ตั้งใจจะมาดัดผม เพราะชอบลอนสไตล์เกาหลีที่ดูเป็นธรรมชาติหลังดัดที่หลายคนจะรู้ว่าเป็นงานถนัดของ The Cortice เลย


สภาพผมก่อนทำคือผมหยักโศก และฟู ตามธรรมชาติลงโทษ 555 ช่วงปลายจะแห้งและมีสีผมที่เคยทำไว้ติดอยู่


หลังจากเช็คสภาพผมแล้ว อ. เจนแนะนำให้เล็มปลายออกประมาณ 1 นิ้ว
และเนื่องจากเมย์มีผมเส้นใหญ่ ถ้าไม่ยืดช่วงโคน ผมก็จะดูฟู ไม่ค่อยเป็นทรง ถ้าอยากให้ดูสวยควรจะยืดก่อน แล้วค่อยดัด


ดั้งนั้นขั้นตอนถัดมาคือใส่น้ำยาที่ทำหน้าที่คลายเส้นผม เพื่อให้เส้นผมคลายตัว พร้อมรับน้ำยายืดค่ะ


จากนั้นก็ทำการยืด โดยยืดตั้งแต่โคนผมถึงช่วงกลางๆ ส่วนปลายเว้นไว้สำหรับดัดค่ะ


เมื่อยืดผมเสร็จก็ได้ฤกษ์เริ่มดัดกันแล้ว ดัดรอบนี้เมย์บอก อ.เจน ขอแกนใหญ่ๆเลย เป็นคนชอบลอนใหญ่ๆ 


ใส่น้ำยาล็อกเส้นผมเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดัด


เมื่อล้างผมเสร็จก็ได้วิธีสอนเซ็ทผมแล้ว ลอนตอนเปียกยังสวย ถูกใจมาก


สำหรับเทคนิคการเซ็ทผมก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ด้านหลังหมุนเข้า และด้านหน้าหมุนออก แต่ที่ต้องใส่ใจก็คือระหว่างเซ็ทต้องแบ่งผมออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนด้านบนและล่าง เนื่องจากความยาวของผมเมย์ไม่เท่ากัน ถ้าเซ็ทโดยไม่แบ่งผมอาจทำให้เก็บรายละเอียดระหว่างเซ็ทได้ไม่ดี


และ Tada! เสร็จแล้วค่ะ ออกมาสวย ถูกใจมาก ดูเปลี่ยนไปจากเดิมอยู่เหมือนกัน


ดูเห็นข้างหลังแล้วอยากรู้จักผู้หญิงคนนี้จังเลย 55

สุดท้ายนี้ขอบคุณ อ. เจน และผู้ช่วยคุณหวาน สำหรับทรงผมสวยๆและคอยดูแลเมย์ระหว่างการทำผมในครั้งนี้ค่ะ 

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถโทรไปจองคิว อ.เจน ได้ที่ 087 364 4442 หรือทางเพจ The Cortice ได้เลยค่ะ 

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แนะนำ Skincare ทางเลือก ของสาววัย 30 ต้นๆ ที่ใช้แล้วเอาอยู่




คำว่า Skincare ทางเลือกในที่นี้ หมายถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่ได้วางจำหน่ายตามช่องทางที่หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อในห้าง ไม่ได้มีทุนโฆษณามหาศาลให้เราเห็นตาม Bill board หรือทีวีใน BTS  เราสามารถพบสินค้าเหล่านี้ได้ใน Internet, สถาบันความงาม, ร้านผลิตภัณฑ์แนว Organic หรือการออกร้านตามงานแฟร์ 

ที่สำคัญสินค้าเกือบทั้งหมดเป็น "แบรนด์ของคนไทย" ที่เจ้าของมีความใส่ใจในการผลิต แต่ล่ะแบรนด์ล้วนมี Story ที่น่าสนใจ เมื่อลองใช้แล้วรู้สึกดีไม่แพ้กับสินค้าที่ขึ้นห้าง จึงอยากหยิบยกนำมาแนะนำให้หลายๆคนได้รู้จักค่ะ

ข้อมูลของเราปีนี้อายุ 30 สภาพผิว ผิวธรรมดา มันเล็กน้อยช่วง T-Zone ปัญหาผิวส่วนตัว คือรูขุมขนบริเวณแก้มเริ่มกว้างขึ้น และรอยดำจากสิว 

Natural D Soap


สบู่แฮนเมดที่สามารถใช้ได้กับทั้งผิวหน้าและผิวตัว มีด้วยกัน 4 สูตร ที่ถ่ายและนำมารูปนี้เป็นสูตรมะขามและขมิ้น

สบู่ว่าแฮดเมดแล้ว แพ็คเกจจิ้งดูแฮดเมดยิ่งกว่า เพราะเวลาแกะให้ความรู้สึกเหมือนแกะกล่องของขวัญเลย เรียกได้ว่าเป็นสบู่แนวสมุนไพรที่หลุดออกจากกรอบแพ็คเกจจิ้งสไตล์ไทยจ๋าอีกหนึ่งแบรนด์

ถ้าใครคิดว่าสบู่ประมาณนี้ละลายเร็ว ต้องคิดใหม่ เพราะจากที่ใช้มา Natural D Soap ไม่ได้เป็นแบบนั้น ถือว่าละลายช้ามากเมื่อเทียบกับสบู่ที่ Positioning ตัวเองในแนวเดียวกัน ใช้ไปซักพักมียุ่ยลงไปบ้าง แต่ก็ยังพอรับได้ ชอบตรงสะดวกก้อนเดียวใช้ได้ทั้งหน้าและตัวเลย สั้มผัสหลังล้างหน้าจะค่อนไปทางตึงกว่าแห้ง ผิวจะไม่ลื่นซะทีเดียว และถ้าเป็นผิวตัวก็จะรู้สึกว่ากำลังพอดีไม่ตึง ไม่ลื่นจนเกินไป


Por Hb Extract Plus AHA Facial Cleansing Gel



เป็นสินค้าของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลาณครินทร์ จุดเด่นคือเป็นเจลล้างหน้าที่มีสารสกัดจากยางพารา และ AHA ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวด้วย มีกลิ่นหอมนิดๆ

แพ็ตเกจจิ่งดูดี ลายกราฟฟิกสวย ให้อารมณ์คล้ายๆ Oriental Princess เลย ขวดใหญ่กำลังดี ใช้ได้นานเลย

เป็นเจลมีฟองที่ที่ล้างออกแล้วหน้าไม่ตึง และไม่ลื่นจนเกินไป PH Balance กำลังพอดีมากๆ ถ้าใครที่ชอบการล้างหน้าที่ทำให้รู้สึกผิวได้รับการปรับสมดุลย์แบบนี้ ในราคาหลักสองร้อยนิดๆ เจลล้างหน้าจาก Por นี้ถือเป็นทางเลือกที่ดีเลย

Pola Soft Scrub Cleaning 



สครับแบรนด์ไฮโซจากญึ่ปุ่นที่หาซื้อได้ต่อนข้างยาก สินค้าส่วนมากของแบรนด์นี้มีราคาค่อนข้างสูง และไลน์ Mi Ryo Ku หรือโรส ฮิพ ออย นี้คือไลน์ที่ราคาน่ารักที่สุด เห็นว่าเป็นไลน์ที่เหมาะกับผิววัยรุ่นที่เริ่มสนใจบำรุง หรือผิวที่มีปัญหาน้อย ต้องการรักษาความชุ่มชื้นไว้ มีกลิ่นหอมสดชื่น อย่างตัวนี้เป็นสครับช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน

แพ็คเกจจิ้งดูสดใส อ่อนโยน สไตล์เจแปน หลอดใหญ่ ใช้ได้นาน

เป็นสครับเนื้อเจลที่ไม่มีฟอง พร้อมด้วยเม็ดสครับเล็กๆ เวลาล้างออกแล้วหน้าไม่ลื่น แต่ก็ไม่แห้ง ให้ความรู้สึกหมดจด ส่วนตัวถ้าผิวหน้าไม่ได้บาง ใช้สัปดาห์ล่ะ 2 ครั้งก็ยังไหว

Dione Bio-Skin Multi-Bio Ultra Cellular Serum


เป็นการปรับสูตรครั้งที่ 2 ของแบรนด์ โดยเลือกใช้สารสกัดจากสเต็มเซลล์ของพืชในโดสที่มากกว่าเดิม เน้นเรื่องการช่วยให้ผิวแข็งแรง ดูแลแก้ไขทุกปัญหาผิวเช่นสิว และริ้วรอย

แพ็คเกจจิ้งดูดี เรียบ ง่าย ให้ความรู้สึกเป็นเวชสำอางที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ

ขอบอกว่านี่เป็นเซรั่มที่เราใช้แล้วสบายใจ วางใจอย่างที่สุด  รู้สึกเป็นอาหารผิวชั้นเลิศที่ขาดไม่ได้
ยอมรับว่าแม้ส่วนตัวจะไม่ใช่คนที่มีปัญหาผิวอะไรมากมาย แต่ในวัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 3 แล้ว มันหายากนะที่จะเจอเซรั่มในหลักพันต้นๆ ที่ใช้แล้วรู้สึกว่าเอาอยู่ทุก ตอบโจทย์ทุกสิ่งที่เรากังวลเช่นปัญหาเรื่องรูขุมขน อย่างเวลาลอกสิ้วเสี้ยน หรือกดสิว เมื่อทำความสะอาดเสร็จเราก็จะทาเซรั่มนี้ก่อนทายา และในเรื่องของรอยดำจากการกดสิวมันจางลงเร็วมากสำหรับผิววัยเลข 3 อย่างเรา ปกติจะใช้ครั้งล่ะ 2 ปั้ม เนื้อเซรั่มลื่น และซึมลงผิวเร็วพอสมควร 

Proudvie Eye Serum Liquid Crystal


Proudvie เป็นแบรนด์ที่เกิดจากสถาบันนวดหน้าที่โดดเด่นเรื่องศาสตร์การออกกำลังกายบนใบหน้า ชลอการเกิดริ้วรอย และปรับสมดุลย์ระบบน้ำเหลือง

แพ็คเกจจิ่งจะเป็นกระปุกและมีไม้พายสำหรับตักแถมมาให้ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่แบบหัวปั๊มที่คุ้นชิน แต่ในทางกลับกันถือว่าได้ปริมาณอายครีมที่เยอะอยู่

จุดที่สำผัสได้เลยระหว่างที่ใช้คือเนื้อครีมมีความชุ่มชื้นสูงมาก ที่สำคัญทาแล้วไม่ทิ้งความมันไว้ มันใช่อ่ะ สำหรับครีมรอบดวงตา ซึมเร็วด้วย ใช้แล้วรู้สึกช่วยว่ามันทำงานโดยการโอบอุ้ม ป้องกันไมให้ผิวบริเวณใต้ตาแห้ง ลดสาเหตุการเกิดริ้วรอย

ป.ล. มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ร้องไห้หนักๆด้วยเรื่องบ้าๆบอๆ แต่ก็ยังทาอายครีม เพราะมันเป็นนิสัยจะที่ต้องทา Skincare อยู่แล้ว เวลาตืนเช้ามาไม่มีใครทักว่าตาบวมไปทำอะไรมา ถือว่าผ่านสำหรับเรา


Pure Skin Minerals Physical Sunscreen SPF 50 PA+++


ครีมกันแดดที่สามารถใช้เป็นเบสก่อนแต่งหน้าได้ มีไพรเมอร์เป็นส่วนผสมด้วย ดูจากส่วนผสมผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ เพราะแบรนด์ Pure Skin Minerals นี้ได้รับการยอมรับในเรื่องการเลือกใช้ส่วนผสมที่ใช้แล้วไม่อุดตันผิว ผิวสามารถหายใจได้ เนื้อครีมมีกลิ่นอบอวลเย็นๆอย่างบอกไม่ถูกค่ะ แต่ชอบ

แพ็คเกจจิ้งดูแพง และ Hi-end ดี ชอบตรงการออกแบบให้ฝาของหลอดครีมมีขนาดเล็ก ทำให้เราควบคุมปริมาณการบีบต่อครั้งได้

ใช้แล้วไม่อุดตันผิว สิวไม่ขึ้น ระหว่างวันสีผิวบนหน้าที่มีเนื้อครีมเคลือบก็ไม่เปลี่ยน และไม่หมองด้วยค่ะ ดีตรงช่วยประหยัดเวลาในการแต่งหน้าในวันที่เร่งรีบเพราะไม่ต้องลงไพร์เมอร์ หรือหากวันนั้นต้องการลุคที่ดูธรรมชาติมากๆก็แนะนำให้ลงกันแดดตัวนี้และตามด้วยคอลซีลเลอร์เฉพาะจุดและทาแป้งต่อได้เลย


Purebooster Sleeping Mark


ที่เนื้อมาร์คไม่มันจนเกินเกิน มี Dioscorea Villosa ช่วยลดเรื่องการอักเสบของผิว ดังนั้นผิวบอบบางก็น่าจะใช้ได้ สิ่งที่ชอบเป็นพิเศษสำหรับมาร์คตัวนี้คือการที่มันไม่มีกลิ่น คือถึงแม้มันจะไม่ได้มีส่วนผสมของน้ำหอม มันก็ไม่ได้มีกลิ่นของผลิตภัณฑ์เพรียวๆที่ไม่น่าใช้เหมือนมาร์คทั่วไปแต่อย่างใด

จริงๆกล่องน่ารักมาก แต่ว่าทิ้งไปแล้ว อันนี้เป็นรูปประกอปจากอินเตอร์เน็ทค่ะ


ส่วนตัวเราจะทาบางๆ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีก็จะแห้งและทำการเคลือบผิว สามารถเข้านอนได้โดยไม่ต้องกัลวลว่าเนื้อมาร๋คจะเปื้อนปลอกหมอน แต่ถ้าใครที่ชอบโบก แนะนำให้ทาและรอมาร์คเริ่มแห้งลงก่อน แล้วค่อยทาซ้ำ ไม่พบว่าก่อให้เกิดการอุดตัน ก่อให้เกิดสิว หรือระคายเคืองใดใด ล้างออกได้ง่าย เวลาล้างจะรู้สึกได้ถึงเนื้อมาร์คที่อยู่บนชั้นผิวลื่นๆ ผิวดูนุ่มและใสขึ้น เหมาะกับการใช้ในวันที่รู้สึกว่าอาจจะได้นอนน้อยแล้วกัลวลว่าพรุ่งนี้หน้าจะโทรม 

แป้งสมุนไพรสูตรอ่อนโยน Keawmanee Body Powder


เป็นแป้งฝุ่นอีกแบรนด์หนึ่งที่น่าสนใจของไทยที่ใช้แป้งข้าวเจ้า ไม่มีสาร Talcum กลิ่นหอมอ่อนๆ เย็นๆและไม่เชยค่ะ 555

แพ็คเกจจิ้งสวยดี เราชอบสีชมพูโทนนี้ เราว่ามันไม่ดูไทยสไตล์เกิน สามารถเข้าถึงกลุ่มวัยผู้ใหญ่ที่ยังนิยมแพ็ตเกจจิ้งที่ดูเป็นสากลค่อนมาทางน่ารักฟรุ้งฟริ้งได้

ด้วยความที่เรามักจะทาแป้งหลังลงครีมในวันที่ไม่ได้แต่งหน้า ถึงแม้ที่กระปุกจะเขียนว่าเป็นแป้งทาตัว แต่ก็ยังเอามาทาหน้า (อารมณ์เหมือนคนใช้แป้งเด็กทั่วไปล่ะเนอะ) ก็ไม่แพ้นะคะ ใช้แล้วช่วยในการลดผดผื่นขึ้นตามหน้าฝากในวันที่อากาศร้อนด้วยล่ะ ใช้ได้นานเลยที่เดียว

Soziz Double White Rice Body Lotion SPF 35 PA+++


โลชั่นข้าว ขาว เป็นโลชั่นที่ทาแล้วทำให้ผิวขาวขึ้นทันที แต่มีจุดเด่นตรงใช้ส่วนผสมที่มาจากข้าว ทาแล้วไม่ติดขน มี Whitening และกันแดดที่ช่วยปรับสภาพให้ผิวขาวขึ้นได้ถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง กลิ่นหอมแบบเย็นๆอีกเช่นเคย

แพ็คเกจจิ้งน่ารักดี ดูคลีนๆ เป็นมิตรกับธรรมชาติน่าใช้

เนื้อครีมเมื่อแห้งแล้วจะรู้สึกเหมือนเนื้อแป้งเคลือบผิวไว้อีกที ดังนั้นสีไม่ติดขนและเบาะรถนะคะ 555 จุดที่ชอบคือผิวสีไหนใช้ก็ออกมาดูไม่ขาวเวอร๋นะ เพราะเราลองให้คนอื่นทาดูด้วย แต่ตอนทาต้องค่อยๆทาให้ทั่วและสม่ำเสมอกันนะคะ จะดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นค่ะ ตอนล้างก็สามารถอาบน้ำตามปกติได้เลย ล้างออกง่ายค่ะ

Earths Journey to the seas 5x Seaweeds "No Douth About It" A Firming & Soothing Body Lotion 


ครีมทาผิวที่มีส่วนผสมจากสาหร่าย 5 ชนิด เน้นเรื่องการช่วยให้ผิว Firm กลิ่นหอมกำลังดี 

ชอบการออกแบบแพ็คเกจจิ้งที่แบ่งตามส่วนผสมเด่นๆที่ใช้ในแต่ล่ะไลน์ของผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้เป็นส่วนมาก เพราะดูละลานตาดี ปริมาณที่ให้มาก็เหมาะสม ใช้ได้นานเกือนเดือนสำหรับเราที่ทาผิวทุกวัน

ชอบในเรื่องของ Texture ของโลชั่นที่ทาง่าย ซึมเร็ว ช่วยในเรื่องเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวได้เป็นอย่างดี เพราะเราใช้ทาส้นเท้าด้วยแล้วพบว่าส้นเท้าไม่แตก ทำให้คิดอยากจะลองใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในส่วนอื่นๆของเขาด้วย ถือเป็นแบรนด์แนว Eco ที่น่าสนใจอีกแบรนด์



เป็นอย่างไรกันบ้างคะ อย่างไรก็ตาม เรารู้สึกมีความสุขที่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ตัวเราเองชื่นชอบแด่สาวๆ ซึ่งเราอาจจะเป็นเสียงหนึ่งที่ได้ลองสินค้ากลุ่มนี้แล้วพบว่ามันดี 

สำหรับผู้ที่กัลวลว่ามันปลอดภัยไหม ในมุมของเราขอตอบว่า สินค้าที่มีราคาสูง หรือขึ้นห้าง มันก็มีสิทธิแพ้กันได้ ถ้าผิวของเราแพ้ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนทำการซื้อสินค้าที่เราพึ่งรู้จักทุกครั้ง หากมีการศึกษาข้อมูลลผลิตภัณฑ์อย่างดี เช่นเลขที่จดแจ้งตรงกับชือสินค้าไหม สรรพคุณดู Over claim เกินไปหรือไม่ ตัวเจ้าของแบรนด์มีที่มาที่ไปอย่างไร บวกกับการอ่าน Review ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการใช้สินค้าที่ไม่ปลอดภัยได้ค่ะ

เอาล่ะ ท้ายที่สุดนี้ เราขอให้สาวๆทุกคนมีความสุขกับการดูแลตัวเองนะคะ แล้วพบกันใหม่